ผู้จัดการฝ่ายควบคุมคุณภาพ (Quality Control Manager) รับผิดชอบการวางระบบควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ลดของเสียและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
1. Quality Management System
พัฒนาและดูแลระบบการจัดการคุณภาพ (QMS) ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001 หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
2. Inspection & Testing
วางแผนและดำเนินการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และสินค้าสำเร็จรูป
3. Non-Conformance Management
จัดการกับสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐาน วิเคราะห์สาเหตุ และวางแผนการแก้ไข/ป้องกัน (CAPA)
4. Process Improvement
วิเคราะห์กระบวนการผลิตและเสนอแนวทางปรับปรุงเพื่อลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพ
5. Supplier Quality Management
ประเมินและตรวจสอบคุณภาพของ Supplier ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
6. Team Management
บริหารทีม QC กำหนดเป้าหมาย ฝึกอบรมพนักงาน และติดตามผลการปฏิบัติงาน
7. Audit & Compliance
จัดทำ Internal Audit และเตรียมพร้อมสำหรับ External Audit เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพ
8. Customer Complaint Management
วิเคราะห์และแก้ไขข้อร้องเรียนจากลูกค้าที่เกี่ยวกับคุณภาพสินค้า
โดยสรุป ตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายควบคุมคุณภาพ (Quality Control Manager) มีบทบาทสำคัญในองค์กร ต้องมีทั้งความรู้เชิงลึกในสายงานและทักษะการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้สามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่ตรงตามเป้าหมายขององค์กร
ตัวอย่าง KPI ของตำแหน่ง Quality Control Manager
1. Defect Rate
อัตราของเสียจากกระบวนการผลิต (เป้าหมาย: ≤2%)
2. Customer Complaint Rate
จำนวนข้อร้องเรียนด้านคุณภาพต่อ 1,000 หน่วยที่ส่งมอบ (เป้าหมาย: ≤5 ครั้ง)
3. First Pass Yield (FPY)
อัตราสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบในครั้งแรก (เป้าหมาย: ≥95%)
4. CAPA Closure Rate
เปอร์เซ็นต์ของ CAPA ที่ดำเนินการแก้ไขเสร็จตามกำหนด (เป้าหมาย: ≥90%)
5. Audit Non-Conformance
จำนวน Major Non-Conformance จากการ Audit (เป้าหมาย: 0 Major NC)
6. Supplier Quality Score
คะแนนคุณภาพเฉลี่ยของ Supplier (เป้าหมาย: ≥85%)
7. Cost of Quality
ต้นทุนคุณภาพรวม (Prevention + Appraisal + Failure Costs) เทียบกับยอดขาย (เป้าหมาย: ≤3%)
หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยในการประเมินผล KPI EsteeMATE มี Features ที่จะช่วยให้คุณประเมินผล KPI ให้กับพนักงานได้ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่