เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย (Legal Officer) รับผิดชอบการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย ร่างและตรวจสอบสัญญา ดูแล Compliance และปกป้องผลประโยชน์ทางกฎหมายขององค์กร
1. Contract Drafting & Review
ร่าง ตรวจสอบ และแก้ไขสัญญาทุกประเภท (สัญญาซื้อขาย, สัญญาจ้าง, NDA, สัญญาเช่า)
2. Legal Advisory
ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่แผนกต่างๆ ในองค์กร ทั้งกฎหมายแรงงาน พาณิชย์ และ PDPA
3. Regulatory Compliance
ดูแลให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ติดตามกฎหมายใหม่
4. Dispute Resolution
จัดการข้อพิพาททางกฎหมาย ประสานงานกับทนายภายนอก และเจรจาไกล่เกลี่ย
5. Corporate Governance
สนับสนุนงาน Corporate Governance จัดเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมคณะกรรมการ
6. IP Protection
ดูแลทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กร ได้แก่ เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และสิทธิบัตร
7. Risk Assessment
ประเมินความเสี่ยงทางกฎหมายของธุรกรรมและโครงการต่างๆ ขององค์กร
8. Documentation
จัดเก็บและบริหารเอกสารทางกฎหมายอย่างเป็นระบบ
โดยสรุป ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย (Legal Officer) มีบทบาทสำคัญในองค์กร ต้องมีทั้งความรู้เชิงลึกในสายงานและทักษะการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้สามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่ตรงตามเป้าหมายขององค์กร
ตัวอย่าง KPI ของตำแหน่ง Legal Officer
1. Contract Turnaround Time
เวลาเฉลี่ยในการร่าง/ตรวจสอบสัญญา (เป้าหมาย: ≤5 วันทำการ)
2. Compliance Audit Score
คะแนนจากการตรวจสอบ Compliance (เป้าหมาย: ≥90%)
3. Legal Dispute Resolution Rate
เปอร์เซ็นต์ข้อพิพาทที่แก้ไขได้โดยไม่ต้องขึ้นศาล (เป้าหมาย: ≥80%)
4. Contract Error Rate
อัตราข้อผิดพลาดในสัญญาที่ต้องแก้ไขภายหลัง (เป้าหมาย: ≤2%)
5. Regulatory Update Response Time
เวลาในการปรับปรุงนโยบายตามกฎหมายใหม่ (เป้าหมาย: ภายใน 30 วัน)
6. Internal Satisfaction Score
คะแนนความพึงพอใจจากแผนกที่ใช้บริการ (เป้าหมาย: ≥4/5)
หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยในการประเมินผล KPI EsteeMATE มี Features ที่จะช่วยให้คุณประเมินผล KPI ให้กับพนักงานได้ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่