ผู้จัดการฝ่ายผลิต (Production Manager) รับผิดชอบการวางแผนและควบคุมกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ส่งมอบสินค้าตรงเวลา ได้คุณภาพตามมาตรฐาน และภายในต้นทุนที่กำหนด
1. Production Planning
วางแผนการผลิตรายวัน/สัปดาห์/เดือน จัดสรรทรัพยากร กำลังคน และวัตถุดิบ
2. Process Optimization
ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มผลผลิตและลดของเสีย โดยใช้หลักการ Lean, 5S, Kaizen
3. Team Management
บริหารทีมผลิต จัดตารางกะ ฝึกอบรมพนักงาน และประเมินผลการปฏิบัติงาน
4. Quality Control Coordination
ประสานงานกับ QC เพื่อให้สินค้าผ่านมาตรฐานคุณภาพ วิเคราะห์สาเหตุของเสียและแก้ไข
5. Safety Management
ดูแลความปลอดภัยในสายการผลิต ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุ
6. Equipment Maintenance
ประสานงานกับฝ่ายซ่อมบำรุงเพื่อวางแผน Preventive Maintenance ลด Downtime ของเครื่องจักร
7. Cost Control
ควบคุมต้นทุนการผลิต วิเคราะห์ Yield และ Waste เพื่อเพิ่ม Efficiency
8. Reporting
จัดทำรายงานผลการผลิตรายวัน/เดือน วิเคราะห์ KPI และนำเสนอต่อผู้บริหาร
โดยสรุป ตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายผลิต (Production Manager) มีบทบาทสำคัญในองค์กร ต้องมีทั้งความรู้เชิงลึกในสายงานและทักษะการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้สามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่ตรงตามเป้าหมายขององค์กร
ตัวอย่าง KPI ของตำแหน่ง Production Manager
1. OEE (Overall Equipment Effectiveness)
ประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องจักร (เป้าหมาย: ≥85%)
2. Production Output
จำนวนผลผลิตเทียบกับแผนที่ตั้งไว้ (เป้าหมาย: ≥95% ของแผน)
3. Defect Rate
อัตราของเสียจากกระบวนการผลิต (เป้าหมาย: ≤2%)
4. On-Time Delivery
เปอร์เซ็นต์ของออเดอร์ที่ส่งมอบตรงเวลา (เป้าหมาย: ≥98%)
5. Production Cost per Unit
ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (เป้าหมาย: ลดลง 5% จากปีก่อน)
6. Safety Incident Rate
จำนวนอุบัติเหตุในสายการผลิตต่อ 1,000 ชั่วโมงการทำงาน (เป้าหมาย: 0)
7. Downtime Percentage
เปอร์เซ็นต์เวลาที่เครื่องจักรหยุดทำงาน (เป้าหมาย: ≤5%)
8. Material Waste Reduction
การลดวัตถุดิบเหลือทิ้ง (เป้าหมาย: ลด 10% จากปีก่อน)
หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยในการประเมินผล KPI EsteeMATE มี Features ที่จะช่วยให้คุณประเมินผล KPI ให้กับพนักงานได้ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่