ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Manager) รับผิดชอบการวางแผนและบริหารจัดการการจัดซื้อวัตถุดิบ สินค้า และบริการให้ได้คุณภาพ ราคา และเวลาที่เหมาะสม
1. Procurement Strategy
วางแผนกลยุทธ์การจัดซื้อให้สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ Supply Chain
2. Supplier Management
คัดเลือก ประเมิน และบริหารความสัมพันธ์กับ Supplier ต่อรองราคาและเงื่อนไขสัญญา
3. Purchase Order Management
ดูแลกระบวนการจัดซื้อตั้งแต่ PR, PO จนถึงการรับสินค้า ตรวจสอบความถูกต้อง
4. Cost Control
ควบคุมต้นทุนการจัดซื้อ วิเคราะห์ราคาตลาด เปรียบเทียบ Supplier และหาทางลดค่าใช้จ่าย
5. Inventory Planning
ประสานงานกับฝ่ายคลังสินค้าเพื่อวางแผนระดับสต็อกที่เหมาะสม ลด Dead Stock
6. Contract Management
จัดทำและบริหารสัญญาจัดซื้อ ต่อรองเงื่อนไขการชำระเงินและการรับประกัน
7. Team Leadership
บริหารทีมจัดซื้อ พัฒนาทักษะลูกทีม กำหนดเป้าหมายและติดตามผลงาน
8. Compliance
ดูแลให้กระบวนการจัดซื้อเป็นไปตามนโยบายบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โดยสรุป ตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Manager) มีบทบาทสำคัญในองค์กร ต้องมีทั้งความรู้เชิงลึกในสายงานและทักษะการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้สามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่ตรงตามเป้าหมายขององค์กร
ตัวอย่าง KPI ของตำแหน่ง Purchasing Manager
1. Cost Savings
เปอร์เซ็นต์การลดต้นทุนจัดซื้อเทียบกับปีก่อน (เป้าหมาย: ลด 5-10% ต่อปี)
2. Supplier On-Time Delivery
เปอร์เซ็นต์ของ Supplier ที่ส่งสินค้าตรงเวลา (เป้าหมาย: ≥95%)
3. Purchase Order Accuracy
ความถูกต้องของ PO (จำนวน, ราคา, Spec) (เป้าหมาย: ≥98%)
4. Supplier Quality Rating
คะแนนคุณภาพเฉลี่ยของ Supplier (เป้าหมาย: ≥85/100)
5. Inventory Turnover
อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (เป้าหมาย: ≥6 รอบ/ปี)
6. Lead Time Reduction
การลดระยะเวลานำส่งสินค้า (เป้าหมาย: ลด 10% จากปีก่อน)
7. Procurement Cycle Time
เวลาเฉลี่ยตั้งแต่ Request จนถึงรับสินค้า (เป้าหมาย: ≤7 วันทำการ)
หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยในการประเมินผล KPI EsteeMATE มี Features ที่จะช่วยให้คุณประเมินผล KPI ให้กับพนักงานได้ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่