ตัวอย่าง Job Description ของตำแหน่ง Account Manager(Sales)

ตำแหน่งงานผู้จัดการบัญชีลูกค้า(ฝ่ายขาย) หรือ Account Manager (Sales) เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญในด้านการขาย มีหน้าที่หลักๆคือจัดการและดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าปัจจุบันเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากการขาย และสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบจะมีดังต่อไปนี้:

Photo by Austin Distel on Unsplash

หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก:

1. Account Planning:

พัฒนาความเข้าใจในความต้องการ เป้าหมาย และความท้าทายของลูกค้า เพื่อวางแผนการดูแลบัญชีที่เหมาะสมตามลักษณะของลูกค้า


2. Relationship Building:

ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี และสร้างความไว้วางใจกับผู้มีอำนาจตัดสินใจที่เป็นลูกค้าปัจจุบันเพื่อสร้างความจงรักภักดี การรักษาลูกค้า และโอกาสในการขายเพิ่มในอนาคต


3. Sales Strategy:

ร่วมมือกับทีมงานด้านอื่นๆ เช่น ผลิตภัณฑ์, การตลาด เพื่อพัฒนากลยุทธ์การขายที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและเป้าหมายของบริษัท


4. Prospecting:

มองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ภายในบัญชีลูกค้าปัจจุบันเพื่อขยายความสัมพันธ์และเพิ่มรายได้


5. Order Management:

ดูแลจัดการกระบวนการตั้งแต่การสั่งซื้อจนถึงการชำระเงิน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการคำสั่งซื้อของลูกค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องที่สุด


6. Customer Service:

ให้บริการลูกค้า เพื่อให้เกิดความประทับใจ ,การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


7. Forecasting:

คาดการณ์ผลการขายอย่างแม่นยำ และสามารถปรับกลยุทธ์ไปตามสถานการณ์ได้อย่างมีความเหมาะสม


Photo by krakenimages on Unsplash

ตัวอย่าง KPI เพื่อประเมินผลงานของตำแหน่ง Account Manager (Sales)

ในบทบาทของผู้จัดการบัญชี (ฝ่ายขาย) ตัวชี้วัดความสำเร็จที่สำคัญ (KPIs) ที่มักจะเอามาใช้ประเมินผลงาน มีดังนี้

1. Revenue Growth:

* Quarterly or annual revenue growth targets.
* Increase in sales revenue year-over-year or compared to previous periods.


2. Deal Size and Value:

* Average deal size (amount per transaction).
* Total contract value (TCV) or the total amount of deals closed.


3. Customer Acquisition and Retention:

* Number of new customers acquired within a specific timeframe.
* Customer retention rate (percentage of existing customers retained).


4. Conversion Rate:

* Conversion rate from prospect to customer.
* Conversion rate from lead to opportunity.


5. Sales Cycle Length:

* Average time it takes to close a deal (sales cycle length).


6. Opportunity-to-Close Ratio:

* Percentage of opportunities that ultimately result in closed deals.


7. Average Order Value (AOV):

* Average value of each order or sale.


8. Upsell/Cross-Sell Success Rate:

* Percentage of customers who purchase additional products or services.


9. Customer Satisfaction and Net Promoter Score (NPS):

* Customer satisfaction ratings.

* NPS score, which measures customer loyalty and likelihood to recommend the product/service.


10. Territory Performance:

* Revenue generated within a specific territory or region.


11. Lead-to-Opportunity Ratio:

* Percentage of leads that become qualified opportunities.


12. Sales Productivity:

* Number of sales calls, meetings, or emails sent per period.
* Sales activity metrics (e.g., number of demos, trials, or proof-of-concepts).

การติดตาม KPIs เหล่านี้จะช่วยเราสามารถวัดความสำเร็จของผู้จัดการบัญชี (ฝ่ายขาย) และปรับปรุงกลยุทธ์การขายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปค่ะ



ตัวอย่าง JD งานกราฟฟิค


ตัวอย่าง JD งานโรงแรม


ตัวอย่าง JD งานบริการ


ตัวอย่าง JD งานเซลส์


ตัวอย่าง JD งานขนส่ง


ตัวอย่าง JD งานไอที


Search the website