ตัวอย่าง KPI ของแต่ละแผนก

📅 อัปเดตล่าสุด: 1 พฤษภาคม 2026 — เพิ่มแผนก IT, ฝ่ายผลิต และฝ่ายโลจิสติกส์ พร้อมลิงก์ไปยังคู่มือ KPI เฉพาะแผนกแต่ละแผนก

📥 ดาวน์โหลดฟรี: HR KPI Master Pack — รวมเครื่องมือ HR ครบ 6 ไฟล์ (Excel + Word) — Dashboard, Evaluation Form, 360 Feedback, Probation, Training Record, JD Template กรอกอีเมลรับชุดไฟล์ฟรี →

{
“@context”: “https://schema.org”,
“@type”: “VideoObject”,
“name”: “ตัวอย่าง KPI ของแต่ละแผนก”,
“description”: “ตัวอย่าง KPI ของแต่ละแผนก ในองค์กรที่ประสบความสำเร็จ การกำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI) ที่ชัดเจนและเหมาะสมสำหรับแต่ละแผนกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ KPI ไม่เพียงแต่ช่วยในการวัดผลการทำงานของพนักงานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความน”,
“thumbnailUrl”: “https://img.youtube.com/vi/q2CXzlggWwg/maxresdefault.jpg”,
“uploadDate”: “2024-06-23”,
“contentUrl”: “https://www.youtube.com/watch?v=q2CXzlggWwg”,
“embedUrl”: “https://www.youtube.com/embed/q2CXzlggWwg”,
“publisher”: {
“@type”: “Organization”,
“name”: “EsteeMATE”,
“logo”: {
“@type”: “ImageObject”,
“url”: “https://blog.esteemate.io/wp-content/uploads/2024/01/esteemate-logo.png”
}
}
}

ตัวอย่าง KPI ของแต่ละแผนก ในองค์กรที่ประสบความสำเร็จ การกำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI) ที่ชัดเจนและเหมาะสมสำหรับแต่ละแผนกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ KPI ไม่เพียงแต่ช่วยในการวัดผลการทำงานของพนักงานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้เราจะมาแนะนำตัวอย่าง KPI ที่สำคัญสำหรับแต่ละแผนก เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรของตนเองได้ ตัวอย่าง KPI ของแต่ละแผนก มีดังนี้

🎯 ก่อนตั้ง KPI ลองทำความรู้จักทีมของคุณก่อน

การตั้ง KPI ที่ดีต้องเข้าใจสไตล์การทำงานของคนในทีม — บางคนเหมาะกับเป้าหมายเชิงผลลัพธ์ บางคนต้องการ KPI ที่เน้นกระบวนการ รู้จักทีมของคุณดีขึ้นด้วย DISC Test ฟรี →

ความสำคัญของ KPI (Key Performance Indicators) ของแต่ละแผนก

KPI (Key Performance Indicators) หรือ ดัชนีชี้วัดผลสำเร็จหลัก เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการวัดประสิทธิภาพในการทำงานของแผนกหรือองค์กรในด้านต่าง ๆ โดย KPI จะช่วยให้ทั้งผู้บริหารและพนักงานทราบว่าองค์กรหรือแผนกนั้นๆ ได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ และสามารถปรับปรุงแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ การกำหนด KPI ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละแผนกในองค์กรจะช่วยเสริมสร้างความสำเร็จในระยะยาวและทำให้องค์กรสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน

1. KPI ของแผนกการเงิน (Finance Department)

แผนกการเงินมีบทบาทสำคัญในการบริหารการเงินขององค์กร และการกำหนด KPI ที่ชัดเจนจะช่วยให้แผนกนี้สามารถจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ตัวอย่าง KPI:
    • อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin): วัดผลกำไรสุทธิที่องค์กรทำได้จากรายได้ทั้งหมด
    • อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt-to-Equity Ratio): วัดความสามารถขององค์กรในการใช้หนี้
    • ระยะเวลาในการเก็บหนี้ (Accounts Receivable Turnover): วัดระยะเวลาเฉลี่ยที่ใช้ในการเก็บหนี้จากลูกค้า
    • การลดต้นทุน (Cost Reduction): การลดต้นทุนในการดำเนินงาน หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร
  • ความสำคัญ:
    • KPI ในแผนกการเงินช่วยติดตามการดำเนินงานทางการเงินขององค์กรให้เป็นไปตามแผนงบประมาณ
    • ช่วยในการตัดสินใจทางการเงินที่ดี เช่น การขยายธุรกิจ การลงทุน หรือการลดค่าใช้จ่าย
2. KPI ของแผนกการตลาด (Marketing Department)

แผนกการตลาดต้องมี KPI ที่ช่วยวัดประสิทธิภาพในการโปรโมตสินค้าหรือบริการ รวมถึงการสร้างการรับรู้แบรนด์และการเพิ่มยอดขาย

  • ตัวอย่าง KPI:
    • จำนวนลูกค้าใหม่ (New Customer Acquisition): วัดการเพิ่มลูกค้าใหม่ที่ได้จากการทำกิจกรรมการตลาด
    • ยอดขายจากการตลาด (Sales Revenue from Marketing): วัดผลการสร้างยอดขายจากแคมเปญการตลาด
    • การรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness): วัดความรับรู้และการรับรู้ถึงแบรนด์ในกลุ่มเป้าหมาย
    • อัตราการแปลง (Conversion Rate): วัดเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าเป้าหมายที่กลายเป็นลูกค้าที่จ่ายเงิน
    • ต้นทุนการได้ลูกค้า (Customer Acquisition Cost): วัดต้นทุนที่ใช้ในการได้ลูกค้าใหม่
  • ความสำคัญ:
    • KPI ในแผนกการตลาดช่วยให้สามารถประเมินประสิทธิภาพของกิจกรรมการตลาดได้
    • ช่วยให้องค์กรสามารถปรับแผนกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะสมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ
3. KPI ของแผนกทรัพยากรบุคคล (Human Resources Department)

แผนกทรัพยากรบุคคลมีบทบาทในการจัดการบุคลากรในองค์กร การกำหนด KPI สำหรับแผนกนี้ช่วยให้สามารถติดตามผลการทำงานของพนักงานและการปรับปรุงการจัดการทรัพยากรบุคคลได้

  • ตัวอย่าง KPI:
    • อัตราการสรรหาพนักงาน (Recruitment Rate): วัดจำนวนตำแหน่งที่เปิดรับและจำนวนการสรรหาพนักงานที่สำเร็จ
    • อัตราการลาออก (Employee Turnover Rate): วัดอัตราการลาออกของพนักงานในองค์กร
    • อัตราการพัฒนาทักษะ (Training Completion Rate): วัดเปอร์เซ็นต์ของพนักงานที่ได้ผ่านการฝึกอบรมที่กำหนด
    • อัตราความพึงพอใจของพนักงาน (Employee Satisfaction Rate): วัดความพึงพอใจของพนักงานผ่านการสำรวจ
  • ความสำคัญ:
    • KPI ในแผนก HR ช่วยให้ติดตามการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและช่วยลดปัญหาการลาออกของพนักงาน
    • ช่วยในการวางแผนการสรรหาบุคคลที่เหมาะสมและปรับปรุงสวัสดิการของพนักงาน
4. KPI ของแผนกผลิต (Production Department)

แผนกผลิตมีบทบาทในการผลิตสินค้าหรือบริการตามความต้องการของตลาด การตั้ง KPI ที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้องค์กรสามารถผลิตสินค้าได้ตามกำหนดและมีคุณภาพ

  • ตัวอย่าง KPI:
    • จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ผลิต (Production Volume): วัดจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ในระยะเวลาหนึ่ง
    • อัตราการขาดแคลนวัตถุดิบ (Material Shortage Rate): วัดอัตราการขาดแคลนวัตถุดิบที่ส่งผลกระทบต่อการผลิต
    • คุณภาพผลิตภัณฑ์ (Product Quality): วัดเปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผิดพลาดหรือไม่ชำรุด
    • ต้นทุนการผลิต (Production Cost): วัดต้นทุนในการผลิตสินค้าหรือบริการ
  • ความสำคัญ:
    • KPI ในแผนกผลิตช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามแผนงาน
    • ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
5. KPI ของแผนกบริการลูกค้า (Customer Service Department)

แผนกบริการลูกค้ามีบทบาทในการดูแลและให้บริการลูกค้าเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากองค์กร การใช้ KPI จะช่วยวัดประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า

  • ตัวอย่าง KPI:
    • ระยะเวลาตอบสนองลูกค้า (Response Time): วัดเวลาที่ใช้ในการตอบคำถามหรือตอบกลับลูกค้า
    • อัตราการแก้ไขปัญหาครั้งแรก (First Contact Resolution Rate): วัดเปอร์เซ็นต์ของปัญหาที่ได้รับการแก้ไขในครั้งแรกที่ลูกค้าติดต่อ
    • คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction Score – CSAT): วัดความพึงพอใจของลูกค้าหลังการใช้บริการ
    • อัตราการคืนสินค้า (Return Rate): วัดอัตราการคืนสินค้าหลังการขาย
  • ความสำคัญ:
    • KPI ในแผนกบริการลูกค้าช่วยให้ประเมินความพึงพอใจของลูกค้าและช่วยในการปรับปรุงการบริการ
    • ช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่าง KPI ของแต่ละแผนก

Photo by Jason Goodman on Unsplash

1. แผนกการตลาด (Marketing)

แผนกการตลาดมีหน้าที่หลักในการสร้างความรู้จักและความสนใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท ดังนั้น KPI ที่สำคัญของแผนกนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับการวัดผลการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมของลูกค้า ตัวอย่าง KPI ของแผนกการตลาด ได้แก่:

  • จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ (Website Traffic)
  • อัตราการแปลง (Conversion Rate)
  • ค่าใช้จ่ายต่อการได้ลูกค้าใหม่ (Customer Acquisition Cost, CAC)
  • อัตราการมีส่วนร่วมในโซเชียลมีเดีย (Social Media Engagement Rate)
  • คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction Score, CSAT)

2. แผนกขาย (Sales)

แผนกขายเป็นแผนกที่ทำหน้าที่หลักในการปิดการขายและสร้างรายได้ให้กับองค์กร ตัวอย่าง KPI ของแผนกขาย ได้แก่:

  • ยอดขายทั้งหมด (Total Sales)
  • จำนวนลูกค้าใหม่ (New Customers)
  • มูลค่าการขายเฉลี่ยต่อดีล (Average Deal Size)
  • อัตราการปิดการขาย (Close Rate)
  • ระยะเวลาของวงจรการขาย (Sales Cycle Length)

ตัวอย่าง KPI ของฝ่ายขาย


3. แผนกการเงิน (Finance)

แผนกการเงินรับผิดชอบในการบริหารจัดการทางการเงินขององค์กร เพื่อให้แน่ใจว่าทรัพยากรทางการเงินถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่าง KPI ของแผนกการเงิน ได้แก่:

  • รายได้สุทธิ (Net Revenue)
  • อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (Return on Assets, ROA)
  • อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity, ROE)
  • กระแสเงินสดสุทธิ (Net Cash Flow)
  • อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio)

ตัวอย่าง KPI ของแต่ละตำแหน่งในแผนกการเงิน


4. แผนกทรัพยากรบุคคล (Human Resources)

แผนกทรัพยากรบุคคลมีหน้าที่ในการจัดการและพัฒนาบุคลากรในองค์กร ตัวอย่าง KPI ของแผนกทรัพยากรบุคคล ได้แก่:

  • อัตราการขาดงาน (Absenteeism Rate)

5. แผนกบริการลูกค้า (Customer Service)

แผนกบริการลูกค้าทำหน้าที่ในการให้บริการและสนับสนุนลูกค้า ตัวอย่าง KPI ของแผนกบริการลูกค้า ได้แก่:

  • อัตราการตอบกลับลูกค้า (Customer Response Time)
  • อัตราการแก้ไขปัญหาครั้งแรก (First Contact Resolution Rate)
  • คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction Score, CSAT)
  • อัตราการคงอยู่ของลูกค้า (Customer Retention Rate)
  • จำนวนข้อร้องเรียนของลูกค้า (Number of Customer Complaints)

ตัวอย่าง KPI ของงานบริการ


การกำหนด KPI ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละแผนกไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรสามารถติดตามและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยใช้ระบบประเมินผลออนไลน์ แต่ยังช่วยในการสื่อสารเป้าหมายและความคาดหวังระหว่างผู้บริหารและพนักงานได้อย่างชัดเจน หวังว่าตัวอย่าง KPI เหล่านี้จะเป็นประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นKPI ช่วยสร้างความโปร่งใสในการทำงานของแต่ละแผนก ทำให้ทุกคนเห็นภาพรวมของการทำงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความรับผิดชอบของพนักงานแต่ละคนในแผนก

หากคุณกำลังมองหา Dashboard KPI EsteeMATE มี Features ที่จะช่วยให้คุณประเมินผล KPI ให้กับพนักงานได้ ศึกษาข้อมูลพิ่มเติมได้ ที่นี่


เพิ่มเติม: KPI สำหรับแผนกอื่นๆ ในองค์กร

นอกจาก 5 แผนกหลักด้านบนแล้ว ยังมี 3 แผนกสำคัญที่ทุกองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ควรมี KPI กำกับ ได้แก่ ฝ่ายไอที ฝ่ายผลิต และฝ่ายโลจิสติกส์ ซึ่งแต่ละแผนกมีตัวชี้วัดเฉพาะที่สะท้อนคุณค่าทางธุรกิจที่ต่างกัน

6. แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology / IT)

แผนก IT มีบทบาทสำคัญในการดูแลระบบ โครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยทางไซเบอร์ขององค์กร KPI ที่ดีจะช่วยให้ผู้บริหารเห็นว่าระบบ IT สนับสนุนเป้าหมายธุรกิจมากน้อยเพียงใด

  • System Uptime: อัตราเวลาที่ระบบหลักออนไลน์พร้อมใช้งาน (เป้าหมาย: ≥99.9%)
  • Mean Time to Resolution (MTTR): เวลาเฉลี่ยในการแก้ไขปัญหา IT Ticket (เป้าหมาย: ≤4 ชั่วโมงสำหรับ Priority 1)
  • Ticket Resolution Rate: เปอร์เซ็นต์ของ IT Tickets ที่ปิดได้ภายใน SLA (เป้าหมาย: ≥90%)
  • Security Incident Rate: จำนวนเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยต่อเดือน (เป้าหมาย: ลดลง 20% YoY)
  • IT Cost per Employee: ต้นทุน IT เฉลี่ยต่อพนักงาน (เป้าหมาย: คงที่หรือลดลง)
  • Software License Utilization: อัตราการใช้งาน License Software ที่ซื้อมา (เป้าหมาย: ≥85%)

7. ฝ่ายผลิต (Production / Manufacturing)

ฝ่ายผลิตเป็นหัวใจของธุรกิจการผลิต KPI ที่ใช้กันแพร่หลายเน้นที่คุณภาพ ประสิทธิภาพ และต้นทุน เพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามเป้าหมายและมีกำไร

  • Overall Equipment Effectiveness (OEE): ตัวชี้วัดประสิทธิภาพเครื่องจักรรวม (เป้าหมาย World Class: ≥85%)
  • Defect Rate: อัตราของเสียจากกระบวนการผลิต (เป้าหมาย: ≤2%) — อ่านเพิ่มเติม
  • On-Time Delivery Rate: อัตราการส่งมอบตรงเวลา (เป้าหมาย: ≥95%) — อ่านเพิ่มเติม
  • First Pass Yield (FPY): อัตราสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบในครั้งแรก (เป้าหมาย: ≥95%)
  • Production Cycle Time: เวลาเฉลี่ยในการผลิตหน่วยหนึ่ง (เป้าหมาย: ลดลง 10% ต่อปี)
  • Machine Downtime: เวลาที่เครื่องจักรหยุดผลิต (เป้าหมาย: ≤5% ของเวลาทำงาน)

8. ฝ่ายโลจิสติกส์และคลังสินค้า (Logistics & Warehouse)

ฝ่ายโลจิสติกส์ดูแลตั้งแต่การรับสินค้า จัดเก็บ ไปจนถึงส่งมอบให้ลูกค้า KPI ในแผนกนี้ส่งผลตรงต่อความพึงพอใจของลูกค้าและต้นทุนรวมขององค์กร

  • Inventory Turnover Ratio: อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (เป้าหมาย: 6-12 ครั้ง/ปี ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรม) — อ่านเพิ่มเติม
  • Order Fulfillment Cycle Time: เวลาเฉลี่ยตั้งแต่รับ Order ถึงส่งมอบ (เป้าหมาย: ≤48 ชั่วโมงสำหรับ E-commerce)
  • Order Accuracy Rate: อัตราการจัด Order ถูกต้อง (เป้าหมาย: ≥99%)
  • Warehouse Utilization Rate: อัตราการใช้พื้นที่คลังสินค้า (เป้าหมาย: 80-90%)
  • Cost per Shipment: ต้นทุนเฉลี่ยต่อการจัดส่งหนึ่งครั้ง (เป้าหมาย: ลดลง 5-10% ต่อปี)
  • Stockout Rate: อัตราสินค้าหมดสต็อก (เป้าหมาย: ≤2% ของสินค้าทั้งหมด)

คู่มือ KPI เฉพาะแผนก (อ่านเชิงลึก)

📘 อ่านคู่กัน: พนักงานขาย คืออะไร? หน้าที่ ความรับผิดชอบ และตัวอย่าง KPI — รวม JD ครบถ้วนพร้อม Benchmark KPI 7 ตัวสำหรับใช้กำหนดเป้าหมายทีมขาย


📦 อยากได้เครื่องมือ HR ครบชุดในไฟล์เดียว?

HR KPI Master Pack — รวม 6 เครื่องมือสำคัญที่ HR ไทยใช้บ่อยที่สุด ดาวน์โหลดฟรี:

  • 📊 HR KPI Dashboard (Excel)
  • 📋 KPI Evaluation Form (Excel)
  • 🔄 360 Feedback Form (Excel)
  • 📅 Probationary Evaluation (Excel)
  • 🎓 Training History Record (Excel)
  • 📜 Job Description Template (Word)


ตัวอย่าง JD งานกราฟฟิค


ตัวอย่าง JD งานโรงแรม


ตัวอย่าง JD งานบริการ


ตัวอย่าง JD งานเซลส์


ตัวอย่าง JD งานขนส่ง


ตัวอย่าง JD งานเซลส์


ตัวอย่าง JD งานไอที


ตัวอย่าง JD งานฝึกอบรม


ตัวอย่าง ระบบติดตาม KPI สำหรับทีมขาย


Search the website