Skill กับ Competency ต่างกันอย่างไร

“สมรรถนะ” หรือ “Competency” เป็นหนึ่งในคำที่ HR และผู้จัดการได้ยินบ่อยที่สุด แต่หลายคนยังไม่เข้าใจชัดเจนว่าหมายถึงอะไร ต่างจาก KPI อย่างไร และจะนำไปใช้ในองค์กรได้จริงอย่างไร บทความนี้สรุปคำตอบให้ครบ พร้อม 5 ตัวอย่าง Competency Model ที่ใช้ได้จริง และเทมเพลตประเมินสมรรถนะฟรี

สมรรถนะ (Competency) คืออะไร?

สมรรถนะ (Competency) คือ ชุดของความรู้ ทักษะ และพฤติกรรม (Knowledge + Skill + Behavior) ที่บุคคลใช้ในการปฏิบัติงานให้สำเร็จในบทบาทใดบทบาทหนึ่ง ต่างจากทักษะ (Skill) ที่เป็นความสามารถเฉพาะด้าน Competency เป็น ความสามารถรวม ที่สะท้อนทั้งสิ่งที่บุคคลรู้ ทำได้ และวิธีคิด/พฤติกรรมในการทำงาน

ในแง่การประยุกต์ใช้ในองค์กรไทย สมรรถนะมักถูกกำหนดเป็น 3 ระดับ:

  • Core Competency — สมรรถนะที่พนักงานทุกคนในองค์กรต้องมี (เช่น การทำงานเป็นทีม, ความซื่อสัตย์, การสื่อสาร)
  • Functional Competency — สมรรถนะเฉพาะตามแผนก/หน้าที่ (เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับ Data Analyst)
  • Leadership Competency — สมรรถนะสำหรับผู้นำและผู้จัดการ (เช่น การวางกลยุทธ์, การบริหารทีม, การตัดสินใจ)

สมรรถนะ ต่างจาก KPI อย่างไร?

หลายคนสับสนระหว่าง Competency กับ KPI — สรุปง่ายๆ คือ Competency บอกว่าพนักงาน “เป็นอย่างไร” (How) ส่วน KPI บอกว่าพนักงานทำได้ “เท่าไหร่” (What)

ประเด็นCompetency (สมรรถนะ)KPI
เน้นที่วิธีการทำงาน, พฤติกรรมผลลัพธ์, ตัวเลขเป้าหมาย
วัดด้วยการประเมินจากผู้บังคับบัญชา/360 องศาตัวเลขจริงเทียบเป้า
ระยะเวลาระยะยาว (พัฒนาได้ช้า)รายเดือน/ไตรมาส/ปี
เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากร, Career Pathการจ่ายโบนัส, Performance Review
ตัวอย่างการสื่อสาร, การคิดเชิงกลยุทธ์ยอดขาย, อัตราการรักษาลูกค้า

องค์กรชั้นนำมักใช้ทั้งสองอย่างควบคู่กัน — Competency สำหรับวางแผน การพัฒนาคน และ KPI สำหรับวัด ผลลัพธ์ของงาน อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ KPI ของแผนก HR ฉบับสมบูรณ์ หรือ แบบประเมิน KPI พนักงานพร้อม Excel

5 ตัวอย่าง Competency Model ที่ใช้ได้จริงในองค์กร

ตัวอย่างต่อไปนี้รวบรวมจาก Competency Framework ที่บริษัทไทยและบริษัทข้ามชาติส่วนใหญ่ใช้กัน — แต่ละแบบมี Behavioral Indicator ที่ HR สามารถนำไปใช้ในแบบประเมินได้ทันที:

1. Communication Competency (สมรรถนะการสื่อสาร)

นิยาม: ความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูล แนวคิด และความรู้สึกได้อย่างชัดเจน เหมาะสมกับผู้ฟัง และทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน
Behavioral Indicators: ฟังอย่างตั้งใจ, ใช้ภาษาที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย, นำเสนอแนวคิดที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย, ให้และรับ Feedback ได้อย่างมืออาชีพ
เหมาะกับตำแหน่ง: ทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะ Sales, HR, CS, Marketing, ผู้จัดการ

2. Leadership Competency (สมรรถนะการเป็นผู้นำ)

นิยาม: ความสามารถในการสร้างวิสัยทัศน์ จูงใจทีม และนำพาทีมให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน
Behavioral Indicators: วางวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน, มอบหมายงานอย่างเหมาะสม, พัฒนาคนในทีม, ตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน, รับผิดชอบผลงานของทีม
เหมาะกับตำแหน่ง: Manager, Director, Team Lead, Senior Specialist ที่ดูแลโครงการ

3. Problem-Solving Competency (สมรรถนะการแก้ปัญหา)

นิยาม: ความสามารถในการระบุปัญหา วิเคราะห์สาเหตุ ค้นหาทางเลือก และดำเนินการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
Behavioral Indicators: ระบุปัญหาได้รวดเร็ว, แยกอาการกับสาเหตุได้, ใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์, สร้าง Solution ที่ Practical, ติดตามผลลัพธ์
เหมาะกับตำแหน่ง: Operations, IT, Engineer, Customer Service, Consultant

4. Customer Focus Competency (สมรรถนะการเน้นลูกค้า)

นิยาม: ความสามารถในการเข้าใจความต้องการของลูกค้า ส่งมอบคุณค่าที่เหนือความคาดหวัง และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
Behavioral Indicators: ฟังลูกค้าอย่างตั้งใจ, คาดการณ์ความต้องการ, ตอบสนองอย่างรวดเร็ว, รักษาคำมั่นสัญญา, ติดตามความพึงพอใจ
เหมาะกับตำแหน่ง: Sales, Account Manager, CS, Product Manager, Marketing

5. Innovation & Adaptability Competency (สมรรถนะนวัตกรรมและการปรับตัว)

นิยาม: ความสามารถในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง และเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง
Behavioral Indicators: เสนอไอเดียใหม่, ทดลองวิธีการที่ต่าง, รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดี, เรียนรู้จากความผิดพลาด, ติดตาม Trend ในอุตสาหกรรม
เหมาะกับตำแหน่ง: Designer, Developer, Marketing, R&D, Strategy

วิธีนำ Competency Model ไปใช้ในองค์กร (3 ขั้นตอน)

  1. กำหนด Competency Framework ขององค์กร — ระบุ 4-6 Core Competency + Functional/Leadership Competency ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและกลยุทธ์
  2. ออกแบบแบบประเมินที่ใช้ Behavioral Indicator — ให้คะแนนตามพฤติกรรมที่สังเกตได้จริง ไม่ใช่ความรู้สึก
  3. ใช้ผลประเมินในการวางแผนพัฒนา (IDP) — แต่ละพนักงานควรมี Individual Development Plan ที่ระบุ Competency ที่ต้องพัฒนาและวิธีการ

📥 เทมเพลตประเมินสมรรถนะฟรี — เป็นส่วนหนึ่งของ HR KPI Master Pack ของ EsteeMATE (เปิดเร็วๆ นี้) — ติดตามที่ blog.esteemate.io หรืออ่าน แบบประเมิน KPI พนักงาน สำหรับวิธีออกแบบแบบประเมินที่ใช้งานได้จริง


เพิ่มเติม: Skill (ทักษะ) กับ Competency (สมรรถนะ) ต่างกันอย่างไร

“Skill” กับ “competency” แตกต่างกันอย่างไร ทั้งสองคำนี้เป็นคำศัพท์ที่มั่นใจเลยว่า พวกเราได้ยินกันบ่อยมากเมื่อพูดถึงงานประเมินผลพนักงาน ฟังเผินๆแล้วก็นึกไปว่ามันคือสิ่งเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีความแตกต่างกัน ดังนี้

skill กับ competency ต่างกันอย่างไร แล้ว kpi ล่ะ

Photo by Brooke Cagle on Unsplash

1. Skill (ทักษะ)

Skill หมายถึง ความสามารถเฉพาะด้านที่สามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกฝน และประสบการณ์ โดยปกติแล้ว Skill จะมุ่งเน้นไปที่การทำงานที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น การใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยี การทำงานตามกระบวนการที่ชัดเจน หรือการประยุกต์ใช้ความรู้ในการทำสิ่งต่าง ๆ

  • ลักษณะสำคัญของ Skill
    • เป็นความสามารถที่เรียนรู้ได้ และฝึกฝนได้
    • ส่วนใหญ่จะเน้นที่การปฏิบัติหรือการกระทำ (action-oriented)
    • อาจจะจำกัดอยู่ในงานเฉพาะ หรือบางสถานการณ์ที่ต้องใช้เทคนิคหรือวิธีการใดวิธีการหนึ่ง
  • ตัวอย่างของ Skill
    • การใช้โปรแกรม Microsoft Excel: ความสามารถในการใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การทำสูตร, การจัดทำกราฟ
    • การเขียนโค้ดโปรแกรม: ความสามารถในการใช้ภาษาการเขียนโปรแกรมต่าง ๆ เช่น Python, Java
    • การตัดเย็บเสื้อผ้า: ความสามารถในการใช้เครื่องจักรในการเย็บผ้า หรือการตัดเย็บเสื้อผ้าตามรูปแบบ
2. Competency (สมรรถนะ)

Competency หมายถึง ความสามารถรวมที่ใช้ในการทำงาน หรือการปฏิบัติงานในบริบทต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยหลาย ๆ องค์ประกอบ เช่น Skill, Knowledge, และ Behavior (พฤติกรรม) โดยที่ Competency ไม่ได้เน้นที่ทักษะเดียว แต่มักจะรวมถึงคุณสมบัติ และปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถทำให้บุคคลประสบความสำเร็จในการทำงาน หรือในสถานการณ์ที่หลากหลาย

  • ลักษณะสำคัญของ Competency
    • เป็นการรวมของหลาย ๆ ความสามารถ รวมทั้งทักษะ, ความรู้, และพฤติกรรมที่เหมาะสม
    • เน้นที่ผลลัพธ์ของการทำงาน (outcome-oriented)
    • การประยุกต์ใช้ในหลากหลายบริบท เช่น การทำงานในทีม การแก้ปัญหา หรือการตัดสินใจ
  • ตัวอย่างของ Competency
    • การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ: ความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูลหรือความคิดได้อย่างชัดเจน และเหมาะสมกับผู้ฟัง
    • การจัดการโครงการ: การมีทักษะในการวางแผน, การติดตามความคืบหน้า, การทำงานร่วมกับทีม
    • การคิดเชิงวิจารณ์: ความสามารถในการประเมินสถานการณ์หรือข้อมูล และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล

ความแตกต่างระหว่าง Skill กับ Competency
  1. ขอบเขตของความสามารถ
    • Skill มักจะเน้นไปที่ความสามารถเฉพาะทางที่สามารถฝึกฝนได้ในบางเรื่องหรือบางทักษะ เช่น การใช้โปรแกรมเฉพาะ การทำกระบวนการบางอย่าง
    • Competency เป็นความสามารถที่รวมหลาย ๆ ทักษะ และความรู้ ซึ่งไม่จำกัดแค่เพียงทักษะทางเทคนิค แต่ยังรวมถึงทักษะทางด้านพฤติกรรม ความคิด และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
  2. การใช้งาน
    • Skill เน้นไปที่การทำงานเฉพาะเจาะจง เช่น การใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือ
    • Competency เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในบริบทที่กว้างกว่า เช่น ความสามารถในการทำงานในทีม หรือการจัดการสถานการณ์ที่ซับซ้อน
  3. การพัฒนา
    • Skill สามารถฝึกฝน และเรียนรู้ได้โดยตรงจากการปฏิบัติ
    • Competency ต้องการการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน ทั้งจากทักษะ, พฤติกรรม, และการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างที่แสดงความแตกต่าง
  • Skill: การใช้เครื่องมือคอมพิวเตอร์ เช่น การใช้โปรแกรม Microsoft Word ได้อย่างชำนาญ
  • Competency: ความสามารถในการบริหารจัดการโครงการที่ต้องใช้ทักษะการใช้เครื่องมือคอมพิวเตอร์, การทำงานร่วมกับทีม, การแก้ปัญหา, และการตัดสินใจในการดำเนินงาน

ดังนั้น ทักษะ (Skill) เป็นสิ่งที่สามารถฝึกฝน และพัฒนาได้ง่าย และมักเกี่ยวกับการกระทำที่เฉพาะเจาะจง ในขณะที่ความสามารถ (Competency) เป็นสิ่งที่แสดงถึงการประยุกต์ใช้ทักษะ และความรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสำคัญในการทำงานอย่างมีเหตุผล และประสิทธิภาพมากขึ้น ในบางหน่วยงานได้มองเห็นถึงความสำคัญของการนำเอา Skill และ Competency มาใช้ในการจ้างงานหรือการพัฒนาการทำงานของบุคคลกันเลยทีเดียว

ตอนหน้าเราจะมาดูกันว่า แล้ว KPI ล่ะ มีความสำคัญอย่างไรกับบริษัท

หากคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยในการประเมินผล KPI EsteeMATE มี Features ที่จะช่วยให้คุณประเมินผล KPI ให้กับพนักงานได้ ศึกษาข้อมูลพิ่มเติมได้ ที่นี่

แบบฟอร์มประเมิน KPI ฝ่ายขาย