ตัวอย่าง IDP พร้อมแบบฟอร์ม Excel ฟรี: วิธีทำแผนพัฒนารายบุคคลที่พนักงานเอาไปใช้จริง

EsteeMATE Team | ทีมพัฒนาระบบ Performance Management สำหรับ SME ไทย — มีประสบการณ์ออกแบบระบบ KPI การประเมินผล และแผนพัฒนาบุคลากรให้องค์กรมากว่า 10 ปี ครอบคลุมทั้ง Manufacturing, Retail, Service และ Tech ตั้งแต่ระดับพนักงานปฏิบัติการจนถึงผู้บริหาร


“ใครพอมีไฟล์ตัวอย่าง IDP บ้างคะ ขอไว้เป็นแนวทางหน่อย”

คำถามนี้โผล่ในกลุ่ม HR แทบทุกเดือน — โดยเฉพาะช่วงหลังปิดรอบประเมิน คอมเมนต์ที่ตามมามักเป็นไฟล์ Excel ที่ส่งต่อกันมาหลายทอด เปิดมาแล้วเป็นตารางว่าง ๆ 4 ช่อง: หลักสูตรที่ต้องอบรม / ระยะเวลา / งบประมาณ / ผู้อนุมัติ

นั่นไม่ใช่ IDP ครับ — นั่นคือ ใบขออนุมัติอบรม

จากประสบการณ์วางระบบประเมินผลและแผนพัฒนาให้ SME ไทยหลายสิบแห่ง เราพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “หาแบบฟอร์มไม่ได้” แบบฟอร์ม IDP มีเกลื่อนอินเทอร์เน็ต แต่อยู่ที่ แบบฟอร์มส่วนใหญ่ข้ามขั้นตอนที่สำคัญที่สุดไป คือการหาให้เจอก่อนว่า “คนคนนี้ขาดอะไรอยู่จริง ๆ” แล้วกระโดดไปที่ช่องหลักสูตรอบรมเลย

ผลคือ IDP ที่เซ็นเสร็จแล้วเก็บเข้าแฟ้ม ไม่มีใครเปิดอีกจนถึงรอบประเมินหน้า

บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่:

  1. IDP คืออะไร และต่างจาก Training Plan ตรงไหน — ความสับสนที่ทำให้ทำผิดตั้งแต่ตั้งต้น
  2. 3 ขั้นตอนทำ IDP ที่ใช้ได้จริง — ประเมิน Gap → เขียนแผน 70-20-10 → ติดตามรายไตรมาส
  3. ตัวอย่าง IDP ที่กรอกแล้วเต็มรูปแบบ — ของหัวหน้าทีมขาย 1 คน ให้ดูเป็นแนวทาง
  4. แบบฟอร์ม Excel พร้อมใช้ — ดาวน์โหลดฟรีท้ายบทความ

IDP คืออะไร (และไม่ใช่อะไร)

IDP (Individual Development Plan) หรือแผนพัฒนารายบุคคล คือแผนที่ระบุว่าพนักงาน คนหนึ่ง จะพัฒนาอะไร ด้วยวิธีไหน ภายในเมื่อไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าพัฒนาสำเร็จ

จุดที่คนสับสนบ่อยที่สุดคือความต่างระหว่าง IDP กับ Training Plan:

IDP (แผนพัฒนารายบุคคล)Training Plan (แผนฝึกอบรม)
เริ่มจากช่องว่างของพนักงานคนนั้นหลักสูตรที่องค์กรจัด
ขอบเขตรายบุคคล — แต่ละคนไม่เหมือนกันรายตำแหน่ง/รายปี — เหมือนกันทั้งกลุ่ม
วิธีพัฒนางานจริง + โค้ชชิ่ง + อบรมอบรมเป็นหลัก
ตัววัดพฤติกรรม/ผลงานที่เปลี่ยนไปจำนวนชั่วโมง/คนที่เข้าอบรม
เจ้าของแผนพนักงาน โดยมีหัวหน้าเป็นผู้สนับสนุนHR / ฝ่ายฝึกอบรม

วิธีเช็คง่าย ๆ: ถ้าคุณเปลี่ยนแค่ชื่อพนักงานบนหัวกระดาษแล้วแผนนั้นยังใช้ได้กับอีกคนหนึ่งในตำแหน่งเดียวกัน — นั่นคือ Training Plan ไม่ใช่ IDP

ข้อสังเกตจากประสบการณ์: องค์กรที่ทำ IDP แล้วรู้สึกว่า “ทำไปก็เท่านั้น” เกือบทั้งหมดที่เราเจอ ติดอยู่ที่จุดนี้ — พวกเขาทำ Training Plan แล้วเรียกมันว่า IDP พอไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงรายบุคคลก็สรุปว่า “IDP ไม่เวิร์ก” ทั้งที่ยังไม่เคยได้ทำ IDP จริง ๆ เลย


ขั้นที่ 1: หาช่องว่างให้เจอก่อน (Competency Gap)

ก่อนจะเขียนแผน ต้องรู้ก่อนว่าจะพัฒนาอะไร — และคำตอบต้องมาจากข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึกของหัวหน้าตอนนั่งกรอกฟอร์มตอนบ่ายวันศุกร์

เลือกสมรรถนะ 5–8 ตัวต่อตำแหน่ง

ดึงมาจาก 2 แหล่ง:

  • Job Description — หน้าที่หลักของตำแหน่งนี้ต้องใช้ความสามารถอะไรบ้าง
  • ผล KPI รอบล่าสุด — ตัวไหนที่ไม่ถึงเป้า ให้ถามต่อว่า “ไม่ถึงเพราะขาดความสามารถด้านใด”

ข้อที่สองสำคัญมาก เพราะมันทำให้ IDP เชื่อมกับผลงานจริง ไม่ใช่แผนพัฒนาลอย ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงาน (ถ้ายังไม่มี KPI ที่ชัดพอ ลองดู ตัวอย่าง KPI พนักงานแยกตามตำแหน่ง 6 ฝ่าย ก่อน)

ให้ประเมิน 2 ฝั่ง แยกกัน

นี่คือขั้นที่หลายองค์กรข้าม แล้วเสียประโยชน์ที่สุด — ให้พนักงานประเมินตนเอง และหัวหน้าประเมินแยกกัน โดยยังไม่เห็นคะแนนของอีกฝ่าย

ใช้สเกล 1–5 ที่นิยามชัดเจน:

ระดับความหมาย
1ยังทำไม่ได้ ต้องมีคนทำให้
2ทำได้บางส่วน ต้องมีคนคอยตรวจ
3ทำได้ตามมาตรฐานด้วยตนเอง
4ทำได้ดี แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เอง
5เชี่ยวชาญ สอนคนอื่นได้

จากนั้นคำนวณ Gap = ระดับที่ตำแหน่งต้องการ − ระดับปัจจุบัน (เฉลี่ยจากสองฝั่ง)

จุดที่มีค่าที่สุดคือช่องที่คะแนนไม่ตรงกัน

ถ้าพนักงานให้ตัวเอง 4 แต่หัวหน้าให้ 2 — อย่าเพิ่งรีบตัดสินว่าใครถูก ช่องนี้แหละคือบทสนทนาที่มีค่าที่สุดของทั้งกระบวนการ

จากที่เรานั่งฟังการคุย IDP มาหลายสิบรอบ ความต่างระดับ 2 ขึ้นไปมักไม่ได้เกิดจาก “พนักงานประเมินตัวเองสูงเกิน” แต่เกิดจาก หัวหน้ากับพนักงานนิยาม “ทำได้ดี” ไม่ตรงกัน พอคุยกันจนเห็นภาพเดียวกัน หลายครั้งช่องว่างหายไปครึ่งหนึ่งทันทีโดยยังไม่ต้องอบรมอะไรเลย


ขั้นที่ 2: เขียนแผนด้วยหลัก 70-20-10

ได้ Gap แล้ว เลือกแค่ 2–3 ข้อที่ Gap สูงสุด มาทำแผน

ย้ำว่าแค่ 2–3 ข้อ เราเคยเห็นไฟล์ IDP ที่ตั้งเป้าหมายไว้ 7 ข้อต่อคน ผลคือสิ้นปีไม่ได้ทำสักข้อ เพราะไม่มีใครมีเวลาพัฒนาตัวเอง 7 เรื่องพร้อมกันในขณะที่ยังต้องทำงานประจำ

70-20-10 คืออะไร

หลักการนี้มาจากงานวิจัยของ Center for Creative Leadership ที่พบว่าคนเราเรียนรู้จาก:

  • 70% — งานจริง: งานที่ท้าทายขึ้น โปรเจกต์ใหม่ การหมุนเวียนงาน ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
  • 20% — คนอื่น: โค้ชชิ่งจากหัวหน้า พี่เลี้ยง feedback สม่ำเสมอ การเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน
  • 10% — การอบรม: หลักสูตร สัมมนา คอร์สออนไลน์ หนังสือ

Common mistake ที่เจอบ่อยที่สุด: แผนที่มีแต่ช่อง 10% — คือส่งไปอบรมอย่างเดียวแล้วจบ นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ IDP ไม่เกิดผลจริง เพราะคนกลับจากอบรมมาแล้วไม่มีงานให้ใช้สิ่งที่เรียน ผ่านไปสองเดือนก็ลืมหมด

กฎง่าย ๆ ที่เราใช้เสมอ: ทุกเป้าหมายต้องมีอย่างน้อย 1 กิจกรรมในช่อง 70% ถ้าคิดไม่ออกว่าจะให้ทำงานอะไรที่ได้ฝึกเรื่องนี้ แปลว่าเป้าหมายนั้นยังไม่เชื่อมกับงานจริง ให้กลับไปทบทวนใหม่

ตัวชี้วัดความสำเร็จต้องเป็นสิ่งที่มองเห็นได้

ช่องที่คนเขียนแย่ที่สุดในทุกแบบฟอร์ม IDP คือช่อง “ตัวชี้วัด”

  • ❌ “พัฒนาภาวะผู้นำ” — วัดยังไง?
  • ❌ “สื่อสารได้ดีขึ้น” — ดีขึ้นแค่ไหนถึงเรียกว่าผ่าน?
  • ✅ “สอนพนักงานขายใหม่ 2 คน จนปิดดีลแรกได้ภายใน 60 วัน และผ่านทดลองงาน”
  • ✅ “นำเสนอรายงานประจำเดือนต่อที่ประชุมได้เอง 3 ครั้งติด โดยหัวหน้าไม่ต้องช่วยแก้สไลด์”

หลักคือ: ถ้าให้คนนอกมาอ่าน เขาต้องบอกได้ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน โดยไม่ต้องถามใคร


ขั้นที่ 3: ติดตามทุกไตรมาส (ขั้นที่คนข้ามมากที่สุด)

IDP ที่ไม่มีวันนัดทบทวน คือ IDP ที่ตายตั้งแต่วันเซ็น

ตั้งจุดทบทวนทุกไตรมาส และเช็ค 3 อย่าง:

  1. ความคืบหน้าเป็น % — ตัวเลขคร่าว ๆ พอ ไม่ต้องแม่นยำ
  2. หลักฐานที่จับต้องได้ — ทำอะไรไปแล้วบ้าง เกิดผลอะไรขึ้นจริง
  3. อุปสรรค — อะไรที่ขวางอยู่ และหัวหน้าช่วยอะไรได้

ข้อ 2 สำคัญที่สุด ถ้าเขียนหลักฐานไม่ได้ แปลว่ายังไม่เกิดการพัฒนาจริง ไม่ว่าตัวเลข % จะสวยแค่ไหน

เคล็ดลับที่ช่วยได้มากในทางปฏิบัติ: อย่าตั้งประชุมทบทวน IDP แยกต่างหาก ให้ผนวกเข้ากับรอบทบทวน KPI ที่ทำอยู่แล้ว เพิ่มแค่ 10–15 นาทีท้ายการประชุม — องค์กรที่ตั้งเป็นประชุมแยก เกือบทั้งหมดที่เราเห็นเลิกทำภายในปีแรก เพราะหัวหน้างานไม่มีเวลา


ตัวอย่าง IDP ที่กรอกแล้ว: หัวหน้าทีมขาย

ดูของจริงจะเห็นภาพเร็วกว่า นี่คือตัวอย่างสมมติของคุณสมชาย หัวหน้าทีมขาย ทีม 5 คน

ส่วนที่ 1 — ผลประเมิน Competency Gap

สมรรถนะต้องการพนักงานประเมินหัวหน้าประเมินปัจจุบันGapลำดับ
ภาวะผู้นำ / การสอนงาน4222.02.0สูง
การใช้ข้อมูลตัดสินใจ4322.51.5กลาง
การสื่อสารและนำเสนอ4322.51.5กลาง
ความรู้ในงานที่รับผิดชอบ4444.00.0ผ่านเกณฑ์

→ เลือกมา 2 ข้อ ไม่ใช่ทั้ง 4 ข้อ

ส่วนที่ 2 — แผนพัฒนา

เป้าหมายที่ 1: สอนงานพนักงานขายใหม่ได้ด้วยตนเอง

ช่องเนื้อหา
ที่มาGap สูง (ภาวะผู้นำ 2 → 4)
70% งานจริงรับเป็นพี่เลี้ยงพนักงานขายใหม่ 2 คน ตั้งแต่วันแรกถึงเดือนที่ 3 — ออกพบลูกค้าด้วยกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
20% จากคนอื่นคุยกับผู้จัดการฝ่ายขายทุก 2 สัปดาห์ ทบทวนวิธีให้ feedback
10% อบรมคอร์สออนไลน์ “Coaching for First-time Leaders” 6 ชม.
ตัวชี้วัดพนักงานใหม่ทั้ง 2 คน ปิดดีลแรกได้ภายใน 60 วัน และผ่านทดลองงาน
กำหนดเสร็จ30 ก.ย. 2569

เป้าหมายที่ 2: วิเคราะห์ยอดขายจากข้อมูลจริงได้เอง

ช่องเนื้อหา
ที่มาGap กลาง + KPI ยอดขายทีมต่ำกว่าเป้า 3 เดือนติด
70% งานจริงรับผิดชอบทำสรุปยอดขายทีมรายเดือน พร้อมระบุสาเหตุ 3 ข้อและข้อเสนอ 1 ข้อ
20% จากคนอื่นให้ฝ่ายบัญชีช่วยรีวิวตัวเลขเดือนแรก 1 ครั้ง
10% อบรมเรียน PivotTable จากซีรีส์ Excel Performance Management (ฟรี)
ตัวชี้วัดส่งรายงานตรงเวลา 6 เดือนติด และข้อเสนออย่างน้อย 1 ข้อถูกนำไปใช้จริง
กำหนดเสร็จ31 ธ.ค. 2569

ส่วนที่ 3 — ติดตามผล (ณ สิ้นไตรมาส 2)

เป้าหมายQ1Q2สถานะหลักฐาน
สอนงานพนักงานขายใหม่40%75%ตามแผนคนที่ 1 ปิดดีลแรกวันที่ 52 / คนที่ 2 ยังไม่ปิด
วิเคราะห์ยอดขาย30%50%ล่าช้าส่งรายงาน 2 จาก 3 เดือน ตัวเลขถูกต้อง แต่ยังไม่ได้ระบุสาเหตุ

สังเกตตรงนี้: เป้าหมายข้อ 2 ขึ้นสถานะ “ล่าช้า” ตั้งแต่ไตรมาส 2 — นี่คือประโยชน์ทั้งหมดของการติดตาม ถ้ารอดูตอนปลายปีจะแก้ไม่ทันแล้ว และบทสนทนาที่ควรเกิดคือ “ติดตรงไหน” ไม่ใช่ “ทำไมไม่ทำ”


ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม IDP (Excel) ฟรี

เราทำแบบฟอร์มทั้งหมดในบทความนี้เป็นไฟล์ Excel พร้อมใช้ กรอกอีเมลแล้วเราส่งลิงก์ดาวน์โหลดให้ทันที:

ในไฟล์ประกอบด้วย 6 ชีต:

  1. เริ่มต้นที่นี่ — วิธีใช้ + 5 ขั้นตอนทำ IDP + หลัก 70-20-10 + 5 กับดักที่เจอบ่อย
  2. ประเมิน Competency Gap — สมรรถนะตั้งต้น 8 ตัว ช่องประเมิน 2 ฝั่ง คำนวณ Gap และจัดลำดับความสำคัญให้อัตโนมัติ พร้อมแถบสีแยกระดับ
  3. แบบฟอร์ม IDP — แบบฟอร์มแผนพัฒนาเต็มรูปแบบ พร้อมช่อง 70-20-10 แยกชัดเจน และช่องลงนาม 3 ฝ่าย
  4. ติดตามความคืบหน้า — ตารางรายไตรมาส คำนวณสถานะอัตโนมัติ (ยังไม่เริ่ม / ล่าช้า / ตามแผน / สำเร็จ) พร้อมแถบความคืบหน้า
  5. ตัวอย่างที่กรอกแล้ว — เคสหัวหน้าทีมขายเต็มรูปแบบตามที่ยกในบทความ
  6. คลังกิจกรรมพัฒนา — เมนูกิจกรรม 70-20-10 แยกตาม 6 กลุ่มสมรรถนะ หยิบไปใส่ในแผนได้เลย

📥 รับแบบฟอร์ม IDP (Excel) ฟรี

กรอกอีเมลด้านล่าง เราจะส่งลิงก์ดาวน์โหลดไฟล์ IDP-Template.xlsx ให้ทันที


คำถามที่ HR ถามบ่อยเรื่อง IDP

ต้องทำ IDP ให้พนักงานทุกคนไหม?
ไม่จำเป็นต้องเริ่มพร้อมกันทั้งองค์กร จากที่เราเห็นมา องค์กรที่เริ่มจากกลุ่มเล็ก (หัวหน้างาน ระดับ supervisor ขึ้นไป หรือกลุ่ม talent) แล้วค่อยขยาย มีอัตราการทำต่อเนื่องสูงกว่าองค์กรที่ประกาศทำทั้งบริษัทพร้อมกันในปีแรกอย่างชัดเจน

ควรทำ IDP รอบละกี่ครั้ง?
เขียนแผนปีละครั้ง (หลังรอบประเมินประจำปี) แล้วทบทวนทุกไตรมาส ถ้าองค์กรประเมินปีละ 2 ครั้ง จะทบทวน IDP ครึ่งปีก็ได้ แต่อย่าเกิน 6 เดือนต่อครั้ง

IDP ควรผูกกับการขึ้นเงินเดือนหรือโบนัสไหม?
เราแนะนำว่าไม่ควรผูกโดยตรง เพราะเมื่อไรที่ IDP มีผลต่อเงิน พนักงานจะเริ่มตั้งเป้าหมายที่ทำได้ง่ายไว้ก่อน แล้วประโยชน์ของการพัฒนาจะหายไปทันที ให้ผูกกับความพร้อมในการเลื่อนตำแหน่งแทน จะได้ผลกว่ามาก

พนักงานไม่รู้จะพัฒนาอะไร ทำยังไงดี?
เริ่มจาก KPI ที่ไม่ถึงเป้าในรอบล่าสุด แล้วถามต่อว่า “ถ้าจะทำให้ถึงเป้า ต้องทำอะไรได้ดีขึ้น” — คำตอบนั้นคือสมรรถนะที่ต้องพัฒนา วิธีนี้ได้ผลกว่าการให้เลือกจากรายการสมรรถนะยาว ๆ มาก

หัวหน้างานไม่มีเวลาทำ IDP ให้ลูกน้อง?
สาเหตุที่แท้จริงมักไม่ใช่เรื่องเวลา แต่เป็นเพราะแบบฟอร์มยาวเกินไปและไม่รู้จะเขียนอะไร ลองลดเหลือ 2 เป้าหมายต่อคน และให้คลังกิจกรรมพัฒนาไว้เลือก (มีในไฟล์ที่ดาวน์โหลด) เวลาที่ใช้จะลดจากชั่วโมงเหลือ 20–30 นาทีต่อคน


เมื่อไหร่ที่ Excel เริ่มไม่พอ

สำหรับองค์กรที่เพิ่งเริ่มทำ IDP หรือมีพนักงานไม่เกิน 100–150 คน Excel เพียงพอและเป็นจุดเริ่มที่ถูกต้อง เราแนะนำให้เริ่มจากตรงนี้เสมอ อย่าเพิ่งไปหาซื้อระบบตั้งแต่ยังไม่รู้ว่ากระบวนการที่เหมาะกับองค์กรตัวเองหน้าตาเป็นยังไง

จุดที่เริ่มสะดุดมักเกิดเมื่อ:

  • จำนวนไฟล์บานปลาย — 200 คน = 200 ไฟล์ ที่ต้องรวบรวมและตามทวงทุกไตรมาส
  • ข้อมูลไม่เชื่อมกัน — ผล KPI อยู่ไฟล์หนึ่ง ผลประเมิน competency อยู่อีกไฟล์ IDP อยู่อีกไฟล์ ต้องคัดลอกข้ามไปมาทุกรอบ
  • มองภาพรวมไม่ออก — ผู้บริหารถามว่า “ทั้งบริษัทขาดทักษะด้านไหนมากที่สุด” แล้วตอบไม่ได้เพราะต้องเปิดทีละไฟล์
  • ไม่มีประวัติย้อนหลัง — อยากรู้ว่าคนคนนี้พัฒนามาอย่างไรใน 3 ปี ต้องไปไล่หาไฟล์เก่า

จุดนี้เองที่หลายองค์กรเริ่มมองหาระบบที่ดึงผลประเมินและ KPI มาต่อยอดเป็นแผนพัฒนาให้อัตโนมัติ (เราเขียนเรื่องนี้ไว้หลายบทความในหมวด IDP) — แต่ถ้าองค์กรของคุณยังไม่ถึงจุดนั้น แบบฟอร์ม Excel ในบทความนี้ก็เพียงพอแล้วครับ เริ่มจากเล็กก่อนเสมอ


สรุป: 6 ข้อที่ต้องจำเรื่องการทำ IDP

  1. IDP ≠ Training Plan — ถ้าเปลี่ยนชื่อแล้วใช้กับคนอื่นได้เลย แปลว่ายังไม่ใช่ IDP
  2. เริ่มจาก Gap เสมอ — ประเมิน 2 ฝั่งแยกกัน แล้วคุยกันที่ช่องที่คะแนนต่างกันมาก
  3. เลือกแค่ 2–3 เป้าหมาย — มากกว่านี้ไม่มีใครทำได้จริง
  4. ทุกเป้าหมายต้องมีช่อง 70% — ถ้ามีแต่การอบรม แผนนั้นจะไม่เกิดผล
  5. ตัวชี้วัดต้องให้คนนอกอ่านแล้วตัดสินได้ ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน
  6. ทบทวนทุกไตรมาส โดยผนวกเข้ากับรอบทบทวน KPI ที่ทำอยู่แล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง


เนื้อหาในบทความนี้เขียนโดยทีม EsteeMATE โดยใช้ AI ช่วยในการร่างและจัดโครงสร้างเนื้อหา ทีมงานตรวจสอบความถูกต้องและปรับแต่งเนื้อหาทั้งหมดก่อนเผยแพร่ ตัวอย่างสมรรถนะ ระดับ และเป้าหมายที่ปรากฏเป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ควรปรับให้เหมาะกับบริบทและโครงสร้างองค์กรของคุณเสมอ ชื่อบุคคลในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ