เรื่องเล่าของ DISC แบบ S ที่ทุกทีมขาดไม่ได้ แต่ไม่มีใครได้ยินเสียง
ในหลายทีม จะมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็น “แกนกลาง” ของความสงบ ไม่ใช่คนที่เสียงดังที่สุด ไม่ใช่คนที่ตัดสินใจเร็วที่สุด แต่เป็นคนที่ทำให้งานเดินต่อได้อย่างราบรื่น เป็นคนที่ใคร ๆ ก็รู้สึกสบายใจเวลาอยู่ใกล้ และเป็นคนที่ทีมมักพึ่งพาโดยไม่รู้ตัว คนแบบนี้มักไม่เรียกร้องเครดิต ไม่ผลักตัวเองขึ้นหน้า และไม่สร้างปัญหาให้ใคร
คนแบบนี้ ใน DISC มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “S”
คนที่ใส่ใจคนอื่นจนลืมตัวเอง
ถ้าคุณมองจากภายนอก คุณอาจคิดว่าทีมที่มี S เยอะ ๆ น่าจะทำงานง่าย เพราะไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีเสียงโต้เถียง และไม่มีดราม่าให้ต้องจัดการ แต่ในความเป็นจริง ทีมแบบนี้มักมีปัญหาอีกแบบหนึ่งที่มองไม่เห็นง่าย ๆ นั่นคือ ปัญหาที่ถูกเลี่ยง ปัญหาที่ถูกเลื่อน และปัญหาที่ถูกเก็บไว้เงียบ ๆ จนกลายเป็นภาระระยะยาว
ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดเพราะคนแบบ S ไม่เก่ง หรือไม่ใส่ใจ ตรงกันข้าม คนแบบ S มักเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นมากกว่าตัวเอง เขาให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ ความต่อเนื่อง และความมั่นคงของทีมสูงมาก และเมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดัน สิ่งแรกที่เขาพยายามรักษาไว้ไม่ใช่ผลลัพธ์หรือความเร็ว แต่คือ “ความสงบ” ของบรรยากาศรอบตัว
ลองนึกภาพสถานการณ์ที่งานเริ่มตึง เดดไลน์เริ่มกด และทีมเริ่มมีความเห็นไม่ตรงกัน สำหรับคนแบบ S ความตึงเครียดเหล่านี้คือสัญญาณอันตราย ไม่ใช่เพราะเขากลัวปัญหา แต่เพราะเขากลัวว่าปัญหาจะทำให้ทีมแตกแยก ดังนั้นสัญชาตญาณแรกของเขาคือการพยายามประคองทุกอย่างไว้ให้นิ่งที่สุด ไม่ขยับแรง ไม่เขย่าใคร และไม่ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่าเดิม
ในหัวของคนแบบ S การเงียบคือการอดทน การยอมคือการร่วมมือ และการเลื่อนการตัดสินใจคือการให้เวลาทุกคนได้ปรับตัว เขาเชื่อว่าถ้าทุกคนยังอยู่ด้วยกันได้ งานจะค่อย ๆ คลี่คลายไปเอง แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ภายใต้ความนิ่งนั้น ปัญหาบางอย่างกำลังสะสมแรงอยู่เงียบ ๆ โดยไม่มีใครแตะต้อง
จากมุมมองของทีม คนแบบ S มักถูกมองว่าเป็นคนที่ “ไม่มีปัญหา” ซึ่งฟังดูเหมือนคำชม แต่ในความเป็นจริง มันหมายความว่า ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไร และไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังแบกรับอะไรอยู่บ้าง งานหลายชิ้นที่ควรถูกพูดถึงถูกกลืนหายไปในความเงียบ การตัดสินใจหลายเรื่องถูกเลื่อนออกไปเพราะไม่มีใครอยากเป็นคนทำลายความสงบที่เขาช่วยรักษาไว้

เมื่อเวลาผ่านไป ความร่วมมือที่เคยเป็นจุดแข็งของคนแบบ S เริ่มกลายเป็นความเหนื่อยล้า เขาเริ่มรับงานแทนคนอื่นมากขึ้น เริ่มปรับตัวแทนทีมมากขึ้น และเริ่มเสียพื้นที่ของตัวเองไปทีละน้อย โดยที่คนรอบข้างแทบไม่ทันสังเกต เพราะทุกอย่างยังดู “เรียบร้อย” อยู่เหมือนเดิม
จุดบอดที่สำคัญที่สุดของคนแบบ S คือ การเชื่อว่าการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งคือการปกป้องทีม แต่ในหลายสถานการณ์ ความขัดแย้งที่ถูกจัดการอย่างตรงไปตรงมา กลับปลอดภัยกว่าความเงียบที่ยืดเยื้อ เพราะความเงียบทำให้ปัญหาไม่มีชื่อ และสิ่งที่ไม่มีชื่อก็มักไม่มีใครรับผิดชอบ
ข่าวดีคือ คนแบบ S ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อแก้ปัญหานี้ สิ่งที่ทีมต้องการจากเขาไม่ใช่ความดุดันหรือความกล้าแบบฉับพลัน แต่คือ “เสียง” ที่ค่อย ๆ ดังขึ้นในเวลาที่เหมาะสม เพียงแค่การบอกว่า “ฉันไม่สบายใจกับเรื่องนี้” หรือ “ถ้าเราไม่คุยตอนนี้ ฉันกลัวว่าจะหนักกว่านี้ทีหลัง” ก็เพียงพอที่จะหยุดการสะสมของปัญหาได้แล้ว
ถ้าคุณเป็นคนที่มัก “ยอมเพื่อให้ทีมเดินต่อ”
แบบทดสอบนี้อาจช่วยให้คุณเห็นบทบาทของตัวเองชัดขึ้น
โดยไม่ต้องเปลี่ยนความเป็นคุณ👉 ทำแบบทดสอบ DISC ฟรี
https://freedisc.esteemate.io
สำหรับทีมที่ทำงานร่วมกับ S การสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับความไม่เห็นด้วยเป็นสิ่งสำคัญมาก คนแบบ S จะไม่พูด ถ้าเขารู้สึกว่าการพูดนั้นจะทำร้ายใคร การย้ำว่าความเห็นต่างไม่ใช่ความแตกแยก และการเปิดพื้นที่ให้เขาพูดโดยไม่ต้องแย่งเวที จะช่วยให้ทีมได้ยินสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ความสงบนี้
สุดท้ายแล้ว DISC แบบ S ไม่ใช่เรื่องของความช้า หรือการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง แต่มันคือพฤติกรรมของคนที่ให้คุณค่ากับความมั่นคงและความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้ง และพยายามปกป้องสิ่งเหล่านั้นในช่วงที่แรงกดดันสูง เพียงแต่ถ้าไม่มีใครช่วยแปลงความเงียบนั้นให้กลายเป็นบทสนทนา ทีมก็อาจสูญเสียทั้งพลังและโอกาสไปอย่างเงียบ ๆ เช่นเดียวกัน
บางทีคำถามที่ควรถามทีมที่มี S อยู่มาก อาจไม่ใช่ว่า “ทุกคนโอเคไหม” เพราะคำตอบมักจะเป็น “โอเค” เสมอ แต่ควรถามว่า “มีเรื่องไหนที่ยังไม่ได้พูด แต่ควรพูดก่อนจะสายเกินไป” เพราะคำถามนั้น อาจเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้ความร่วมมือไม่กลายเป็นภาระที่ไม่มีใครเห็น
