Author: Samaphol SaeHua
-

แบบประเมินทดลองงาน: เครื่องมือสำคัญที่ HR ไม่ควรมองข้าม
การรับพนักงานใหม่เข้ามาในองค์กรไม่ใช่เพียงการคัดเลือกจากการสัมภาษณ์เท่านั้น แต่ยังต้องมีการทดลองงาน (Probation) เพื่อประเมินว่าพนักงานใหม่มีความเหมาะสมทั้งในด้านทักษะ ทัศนคติ และการทำงานร่วมกับทีมจริงหรือไม่ เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ HR และหัวหน้างานตัดสินใจได้อย่างมีระบบก็คือ “แบบประเมินทดลองงาน” ทำไมแบบประเมินทดลองงานถึงสำคัญ? องค์ประกอบของแบบประเมินทดลองงาน โดยทั่วไป แบบประเมินทดลองงานที่ดีจะครอบคลุม 3 มิติหลัก: ตัวอย่างหัวข้อคำถามในแบบประเมินทดลองงาน แนวทางการนำไปใช้ในองค์กร ดาวน์โหลดตัวอย่างแบบประเมินทดลองงานฟรี EsteeMATE ได้เตรียม ไฟล์ Excel แบบประเมินทดลองงาน ที่สามารถปรับใช้ได้ทันทีในองค์กรของคุณ ดาวน์โหลดได้ที่นี่ EsteeMATE กับระบบประเมินผลที่ครบวงจร แบบประเมินทดลองงานเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ EsteeMATE มีโซลูชันที่ครอบคลุมทั้ง การประเมินผลงาน, การจัดการ KPI, Feedback 360 องศา และการสำรวจความผูกพันของพนักงาน ที่ช่วยให้องค์กรบริหาร “Employee Experience” ได้อย่างครบวงจร
-

HR ไม่ใช่แค่เอกสาร: 5 วิธีเปลี่ยนบทบาท HR จากคนคีย์ข้อมูล เป็นผู้ขับเคลื่อนการเติบโต
การบริหารทรัพยากรมนุษย์หรือ HR มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนาหรือสนับสนุนการเติบโตขององค์กร หลายคนอาจมองว่า HR มีหน้าที่หลักๆ ในการคีย์ข้อมูลหรือจัดการงานเอกสาร แต่ในความเป็นจริงแล้ว HR มีบทบาทที่สำคัญยิ่งกว่านั้น โดย HR สามารถเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรได้ตั้งแต่ระดับบุคคลจนไปถึงภาพรวมขององค์กร ด้วยวิธีการและกลยุทธ์ต่างๆ มาดูกันว่า HR สามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้จัดการงานเอกสาร มาเป็นผู้ขับเคลื่อนการเติบโต หน้าที่ของ HR ที่มากกว่าการคีย์ข้อมูล อย่างแรกคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง วัฒนธรรมองค์กรที่ดีจะช่วยกระตุ้นให้พนักงานทุกคนมีแรงบันดาลใจและมีแรงจูงใจที่ดีในการทำงาน ซึ่งมากไปกว่าการคีย์ข้อมูลแล้ว HR สามารถริเริ่มและนำเสนอวิธีการที่ทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ด้วยกิจกรรมหรือโปรแกรมพัฒนาต่างๆ ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร อีกหนึ่งวิธีที่ HR สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตได้คือการพัฒนาทักษะพนักงานในองค์รวม HR ไม่ควรจำกัดตัวเองเพียงแค่การจัดการอบรมอบรมที่เป็นไปตามข้อกำหนดเท่านั้น แต่ควรมีการประเมินหาความต้องการเพิ่มเติมของพนักงานในแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้สามารถพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการทำงานได้จริง การสรรหาและคัดเลือกพนักงานที่เหมาะสมก็ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ HR สามารถใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต ควรให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคนที่ไม่ใช่แค่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน แต่ควรเป็นคนที่มีศักยภาพในการพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร หนึ่งในส่วนสำคัญที่ HR สามารถทำได้คือการให้คำแนะนำและส่วนสนับสนุนต่อผู้นำองค์กร ในการตัดสินใจด้านทรัพยากรมนุษย์ การมีส่วนร่วมในการเสนอแนะแนวทางที่ส่งผลต่อการเติบโตจะช่วยนำพาองค์กรไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง การประเมินและติดตามผลเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ของ HR ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง การสร้างระบบประเมินผลที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพจะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าทั้งการพัฒนาตัวเองและสิ่งที่เขาทำได้รับการยอมรับ สรุปได้ว่า HR สามารถนำพาและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตได้มากกว่าการจัดการเอกสารหรือคีย์ข้อมูล ด้วยการพัฒนาตนเองให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และการริเริ่มในส่วนสำคัญต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทั้งในระดับบุคคลและภาพรวมองค์กร ทุกคนในองค์กรสามารถมีบทบาทในความสำเร็จได้เมื่อ…
-

เจาะลึก DISC Profile: เครื่องมือช่วยให้หัวหน้าคุยกับลูกทีมได้เข้าใจขึ้น
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นสูงขึ้นทุกวัน การเข้าใจพฤติกรรมและบุคลิกภาพของพนักงานในทีมงานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การใช้เครื่องมืออย่าง DISC Profile จึงกลายเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารระหว่างหัวหน้ากับทีมงาน เพื่อให้การทำงานเป็นทีมมีความสามัคคีมากขึ้น และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ DISC Profile: เครื่องมือที่ช่วยให้การสื่อสารในทีมง่ายขึ้น DISC Profile เป็นแบบประเมินบุคลิกภาพที่แสดงผลออกมาในรูปแบบของสี่ประเภทหลัก ได้แก่ Dominance (D), Influence (I), Steadiness (S), และ Conscientiousness (C) ซึ่งช่วยให้หัวหน้าและทีมงานสามารถเข้าใจสไตล์การทำงานและวิธีการสื่อสารของแต่ละบุคคลได้อย่างลึกซึ้ง การเข้าใจบุคลิกพนักงานให้ละเอียดจะทำให้การสื่อสารในทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลให้เกิดทีมเวิร์คและสไตล์การทำงานที่สอดคล้องกัน แบบประเมิน DISC: บันไดสู่การพัฒนาทักษะหัวหน้า การใช้แบบประเมิน DISC ฟรีเป็นขั้นตอนแรกที่ช่วยให้หัวหน้าได้รู้จักทีมงานในมุมมองใหม่ๆ ความเข้าใจบุคลิกพนักงานเหล่านี้ จะช่วยให้หัวหน้าสามารถเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เนื่องจากบางคนอาจต้องการข้อมูลที่กระชับและตรงไปตรงมา ในขณะที่บางคนอาจจะชอบการสื่อสารที่อบอุ่นและให้กำลังใจ การทราบถึงลักษณะเหล่านี้จะช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นทีมเกิดทักษะหัวหน้าที่มีประสิทธิภาพ ทำไมแบบทดสอบ DISC ถึงเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในองค์กร? ในองค์กรที่ต้องมีการทำงานร่วมกันเป็นทีม การมีความเข้าใจในแบบทดสอบ DISC จะสามารถช่วยให้การจัดสรรบทบาทและหน้าที่ในทีมเป็นไปอย่างเหมาะสม DISC personality ไทย ช่วยให้การสื่อสารมีความราบรื่น ลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดความเข้าใจ ซึ่งส่งผลให้งานที่ทำร่วมกันมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สูงสุด การนำ DISC Profile ไปใช้จริงในองค์กร…
-

5 เหตุผลที่ HR ไทยควรหยุดใช้ Excel ทำงาน แล้วหันมาใช้ระบบที่เหมาะสมกับยุค AI กว่า
การใช้ Excel ในการจัดการงาน HR สำหรับหลายองค์กรไทยอาจดูเป็นเรื่องสะดวกและคุ้นเคยอย่างมาก แต่ในยุคที่เทคโนโลยีและ AI กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ระบบ HR ออนไลน์กลายเป็นที่นิยมและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม เราจึงขอเสนอเหตุผล ว่าทำไม HR ไทยควรพิจารณาหยุดใช้ Excel และหันมาใช้ โปรแกรม HR ที่เหมาะสมกับยุคนี้แทน หนึ่งในข้อเสียของการใช้ Excel ในงาน HR คือการที่ข้อมูลมีความเสี่ยงต่อการผิดพลาด ไม่ว่าจะจากการกรอกข้อมูลผิดพลาดหรือการคำนวณที่ไม่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นได้ เช่น ข้อมูลการจ่ายเงินเดือนที่ผิดพลาดส่งผลต่อทั้งพนักงานและองค์กร นอกจากนี้ความผิดพลาดจากไฟล์ Excel ยังอาจทำให้ข้อมูลสูญหายหรือไม่ได้รับการสำรองอย่างเหมาะสมด้วย การที่หลายองค์กรยังคงเลือกใช้ Excel นั้นอาจเนื่องมาจากความคุ้นเคยและความประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะสั้น แต่การเปลี่ยนจาก Excel เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อการจัดการ HR โดยเฉพาะสามารถลดความเสี่ยงของความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีกว่า โปรแกรม HR ไทยที่ทันสมัยสามารถช่วยให้การทำงาน HR ออนไลน์เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น ในยุคที่ทุกอย่างกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงแบบดิจิทัล (digital transformation) องค์กรที่ยังคงยึดติดกับการใช้ Excel เท่านั้นอาจตามไม่ทันการแข่งขัน ปัจจุบันมีระบบ HR ออนไลน์ที่สามารถผสานรวมข้อมูลจากหลายแหล่งได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสิ่งนี้เป็นไปไม่ได้ใน…
-

ทำไมระบบ Performance Review แบบเดิมถึงทำร้ายพนักงานมากกว่าช่วย?
ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีและการจัดการพนักงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การประเมินผลการทำงานหรือ Performance Review ไทย แบบเดิมๆ ที่ยังอิงกับการประชุมประจำปีนั้น อาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรและพนักงานในยุคใหม่ได้เท่าที่ควร เรามาลองดูกันว่าทำไมระบบประเมินผลการทำงานแบบเดิมถึงเป็นอันตรายและทำร้ายพนักงานมากกว่าช่วย ระบบประเมินผลการทำงานแบบเดิมไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน การประเมินพนักงานปีละครั้งนั้นมักเน้นไปที่การวัดผลสำเร็จของพนักงานในช่วงเวลาที่ผ่านมาแทนที่จะมองไปข้างหน้าและพัฒนาทักษะที่จำเป็นในอนาคต ด้วยเหตุนั้น HR ยุคใหม่ จึงต้องพิจารณาการนำเครื่องมือใหม่ๆ อย่าง continuous feedback เข้ามาใช้ เพื่อให้พนักงานได้รับคำแนะนำที่สามารถนำไปปรับปรุงและพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา การที่พนักงานได้รับ feedback เพียงปีละครั้งจากระบบประเมินผลการทำงานแบบเดิม อาจทำให้พนักงานรู้สึกถูกจำกัดอยู่กับมุมมองของหัวหน้าเพียงคนเดียว และอาจทำให้เกิดความไม่พอใจ ความขัดแย้ง หรือแม้กระทั่งการลดทอนแรงจูงใจในการทำงาน ด้วยเหตุนี้ การนำเอาระบบที่ให้อิสระในเรื่องของ feedback หรือที่เรียกว่า check-in system เพื่อให้หัวหน้างานและพนักงานสามารถพบปะกันอย่างสม่ำเสมอ และสามารถอภิปรายเป้าหมายและปัญหาการทำงานได้ทันทีจึงเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ การประเมินพนักงานแบบเดิมยังอาจไม่สามารถส่งเสริมการพัฒนาของพนักงานได้อย่างแท้จริง การมุ่งเน้นเพียงผลลัพธ์ที่ได้ อาจทำให้พนักงานรู้สึกว่าบริษัทไม่สนใจใน ศักยภาพและการเติบโตของพวกเขา จึงควรส่งเสริมให้เกิด employee development ผ่านการฝึกอบรมและการสนับสนุนการเรียนรู้ในที่ทำงาน อีกหนึ่งข้อเสียเปรียบคือประสิทธิภาพของระบบประเมินผลการทำงานแบบเดิม อาจไม่สามารถมองเห็นประสิทธิภาพและผลกระทบของการทำงานได้เท่าที่ควร application ของ employee performance management ที่ให้ feedback และคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง คือสิ่งหนึ่งที่องค์กรควรนำมาพิจารณาใช้…
-

จาก HRMS สู่ Employee Experience: ถอดบทเรียน ประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านที่เราอยากบอก
ในทศวรรษที่ผ่านมา วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีในภาค HR ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การจัดการเงินเดือนของพนักงาน ไปสู่การมองที่คุณค่าและการมีส่วนร่วมของพนักงานเอง การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงความจำเป็นในการทำความเข้าใจผู้คนในสถานที่ทำงานได้ลึกซึ้งกว่าเดิม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของแนวคิด Employee Experience Platform ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ องค์กรที่นำนวัตกรรม HR Tech ไทยมาใช้ มีการพัฒนา Payroll SAAS ที่สามารถจัดการเอกสารเงินเดือนและดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำระบบ HR ออนไลน์เข้ามาประยุกต์ใช้ทำให้การจัดการเรื่องนี้ง่ายขึ้นและมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ HR Software ไทยยังมีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลระดับสูงเพื่อการวิเคราะห์ประสบการณ์พนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ การที่ HR จะต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น SaaS สำหรับ HR เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ การมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์พนักงานไม่ใช่แค่ความสะดวกสบายในงานประจำวันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมและความรู้สึกที่ดีต่อตำแหน่งงานและองค์กรโดยรวม วิธีการที่ HR Tech ไทยสามารถช่วยสนับสนุนสิ่งนี้คือการให้ข้อมูลเชิงลึกซึ่งทำให้ฝ่ายจัดการสามารถตัดสินใจอย่างชาญฉลาด ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพนักงานนั้นสามารถนำไปใช้ปรับปรุงนโยบายและวิธีการจัดการภายในองค์กรให้ดีขึ้น ในด้านของ Payroll SAAS และ HR Software ไทย สิ่งสำคัญคือความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์พนักงานในทุกรูปแบบ ตั้งแต่การตรวจสอบความพึงพอใจในงาน ไปจนถึงการปรับตัว HR ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างแรงจูงใจให้พนักงาน…
-

ฟรี! DISC Assessment สำหรับทีม: เริ่มต้นเข้าใจทีมคุณในไม่กี่คลิก
ในยุคที่การบริหารทีมไม่ใช่แค่เรื่อง KPI หรือ OKR อีกต่อไป องค์กรที่ก้าวหน้าเริ่มตระหนักว่า “ความเข้าใจซึ่งกันและกัน” คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมทำงานได้อย่างลื่นไหลและยั่งยืนมากขึ้น และหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจคนในทีมได้อย่างเป็นระบบและใช้งานง่าย คือ DISC Personality Assessment หลายองค์กรยังไม่รู้ว่า DISC ไม่ได้มีไว้แค่ให้ “รู้จักตัวเอง” เท่านั้น แต่สามารถใช้เพื่อ วิเคราะห์ภาพรวมของทั้งทีม และใช้เป็นข้อมูลเพื่อปรับปรุงการสื่อสาร การมอบหมายงาน การวางแผนพัฒนาบุคลากร และแม้กระทั่งการจัดทีมในโปรเจกต์ต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น — และข่าวดีคือ ตอนนี้คุณสามารถเริ่มต้นได้ “ฟรี” ไม่ต้องซื้อซอฟต์แวร์แพง ๆ หรืออบรมหลายวัน DISC Assessment สำหรับ “ทั้งทีม” คืออะไร? โดยทั่วไป DISC มักถูกใช้ในระดับบุคคล คือให้พนักงานแต่ละคนทำแบบทดสอบแล้วรับผลลัพธ์ส่วนตัว แต่เมื่อคุณให้สมาชิกทุกคนในทีมทำแบบทดสอบเดียวกัน แล้วนำผลลัพธ์มาวิเคราะห์รวมกัน คุณจะได้มุมมองใหม่ที่ทรงพลัง: DISC Team Assessment คือการ “เปิดแผนที่พฤติกรรมของทีม” เพื่อดูว่า จุดแข็ง จุดอ่อน และสไตล์ของแต่ละคนจะเสริมกันหรือชนกันอย่างไร ข้อดีของการใช้…
-
DISC กับการทำงานเป็นทีม: ทำไมเข้าใจตัวเองและเพื่อนร่วมงานจึงสำคัญ?
ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่ต้องพึ่งพาทีมเวิร์คมากขึ้นทุกวัน ความเข้าใจใน “มนุษย์” กลายเป็นทักษะที่สำคัญไม่แพ้ความรู้ทางเทคนิค เพราะแม้จะมีคนเก่งมากมายในทีม แต่หากไม่เข้าใจกัน การทำงานก็อาจกลายเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและประสิทธิภาพที่ตกต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสร้างสะพานแห่งความเข้าใจในที่ทำงานได้อย่างทรงพลัง คือแบบทดสอบ DISC Personality Test DISC เป็นโมเดลที่แบ่งลักษณะพฤติกรรมของคนออกเป็น 4 แบบหลัก ได้แก่ D (Dominance), I (Influence), S (Steadiness) และ C (Conscientiousness) โดยแต่ละคนจะมีส่วนผสมของทั้ง 4 ประเภทในระดับที่ต่างกัน ทำให้แต่ละคนมีแนวโน้มในการตัดสินใจ สื่อสาร หรือรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน การเข้าใจว่าตนเองและเพื่อนร่วมงานมีพฤติกรรมแบบไหนจึงสามารถลดความเข้าใจผิด สร้างความไว้วางใจ และทำให้ทีมทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืนมากขึ้น ประโยชน์หลักของ DISC ที่ชัดเจนที่สุดคือการช่วยให้การสื่อสารในทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะคนแต่ละประเภทต้องการวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกัน เช่น คนประเภท D ต้องการการพูดตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อม และเน้นผลลัพธ์ ส่วนคนประเภท I ชอบการสื่อสารที่เป็นกันเอง อบอุ่น และสนุกสนาน ขณะที่คนแบบ S ต้องการเวลาในการคิดและไม่ชอบถูกกดดันให้ตัดสินใจเร็ว…
-
คุณเป็นสาย D, I, S หรือ C? ค้นพบสไตล์การทำงานของคุณด้วย DISC Personality Test
ทำไมบางคนถึงกล้าพูด กล้าตัดสินใจ แต่บางคนเงียบ ชอบรอให้คนอื่นเริ่มก่อน? ทำไมบางคนดูผ่อนคลายมาก แต่บางคนต้องเป๊ะทุกเรื่อง? คำตอบอาจไม่ใช่แค่นิสัย… แต่มาจาก “สไตล์พฤติกรรมตามโมเดล DISC” ที่ฝังอยู่ในตัวคุณ 🎯 DISC คืออะไร? DISC คือแบบจำลองบุคลิกภาพที่แบ่งพฤติกรรมของคนออกเป็น 4 ประเภทหลัก โดยอิงจากวิธีที่เราตอบสนองต่อ ปัญหา คน กระบวนการ และกฎเกณฑ์ DISC Type คำเต็ม สื่อถึงอะไร D Dominance ความมุ่งมั่น ควบคุม ตัดสินใจเร็ว I Influence ความเป็นมิตร โน้มน้าวใจ พูดเก่ง S Steadiness ความมั่นคง อดทน ซื่อสัตย์ C Conscientiousness ความแม่นยำ มีระบบ มีเหตุผล 🔍 มารู้จักทั้ง 4 สไตล์อย่างละเอียด 🟥 D – Dominance…
