หลายองค์กรพูดถึงการเติบโต แต่ยังใช้ระบบประเมินผลงานที่ถูกออกแบบมาเพื่อโลกเมื่อสิบปีก่อน
กระดาษและ Excel ยังถูกใช้
ไม่ใช่เพราะมันดี แต่เพราะมันคุ้นเคย
ปัญหาคือความคุ้นเคยไม่เคยสร้างการเติบโต
ในความเป็นจริง
องค์กรไม่ได้หยุดโตเพราะคนไม่เก่ง
แต่เพราะระบบไม่เอื้อให้คนเก่งทำงานได้เต็มศักยภาพ
ระบบประเมินผลที่เน้น “กรอกให้ครบ”
มากกว่า “พัฒนาให้ดีขึ้น”
จะทำให้องค์กรเรียนรู้ช้าลงทุกปีโดยไม่รู้ตัว
ทุกปลายปี ข้อมูลถูกสรุป
ทุกต้นปี ทุกอย่างเริ่มใหม่
ไม่มีความต่อเนื่อง ไม่มีหน่วยความจำขององค์กร
Excel ทำหน้าที่ของมันได้ดี ในฐานะเครื่องมือคำนวณ แต่ Excel ไม่เคยถูกออกแบบมาให้ตอบคำถามเชิงกลยุทธ์ เพราะมันไม่รู้ว่า KPI ตัวไหนขับเคลื่อนผลลัพธ์จริง, มันไม่รู้ว่า Action Plan ไหนกำลังล้มเหลว, มันไม่รู้ว่าปัญหานี้เกิดซ้ำมากี่รอบแล้ว
เราใช้ระบบที่เก็บอดีต แต่ไม่เคยชี้ทางอนาคต
เมื่อองค์กรเริ่มโต ความซับซ้อนจะเพิ่มเร็วกว่าคน หากระบบประเมินผลงานยังต้องพึ่งการไล่ตามไฟล์ การตามงานด้วยมือ และการสรุปผลย้อนหลัง HR จะถูกดึงลงไปเป็นฝ่ายปฏิบัติการตลอดเวลา แทนที่จะทำหน้าที่เชิงกลยุทธ์
นี่ไม่ใช่ปัญหาของ HR แต่เป็นสัญญาณว่าองค์กรกำลังเติบโตเร็วกว่าระบบที่รองรับมัน
ระบบประเมินผลที่ดี ไม่ควรถามว่า “ปีนี้ให้คะแนนอย่างไร”
แต่น่าจะถามว่า “ข้อมูลนี้จะช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้ดีขึ้นอย่างไรในปีหน้า”
EsteeMATE ถูกสร้างขึ้นจากสมมติฐานที่เรียบง่ายแต่จริง องค์กรที่เติบโต ต้องมีระบบประเมินผลงานที่เติบโตไปพร้อมกัน
KPI ต้องเชื่อมโยง ไม่ใช่กระจัดกระจาย
Action Plan ต้องถูกติดตาม ไม่ใช่ถูกลืม
ข้อมูลต้องพร้อมใช้งาน ไม่ใช่พร้อมสรุปตอนสายเกินไป
ระบบจึงไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการตัดสินใจ
สุดท้าย คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า “จะเปลี่ยนจาก Excel ดีไหม”
คำถามคือ องค์กรของคุณกำลังเติบโตเร็วกว่าระบบที่ใช้บริหารผลงานอยู่หรือเปล่า
