ทุกสิ้นรอบการประเมิน HR หลายคนรู้ดีว่าต้องเจออะไร
เปิด Excel ขึ้นมา คัดลอกชื่อพนักงาน ดูคะแนน KPI ของแต่ละคน แล้วก็นั่งเขียน “เป้าหมายการพัฒนา” ทีละคน บางองค์กรมีพนักงาน 200–300 คน งานนี้กินเวลาหลายวัน บางทีทั้งอาทิตย์ แล้วส่ง PDF ไปให้พนักงาน
แล้วอะไรเกิดขึ้น?
ส่วนใหญ่ — ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พนักงานเปิดไฟล์ดูครั้งเดียว แล้วก็ลืม ผู้จัดการก็ลืมว่าตัวเองเคย sign off อะไรไว้ รอบหน้าก็เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น วนซ้ำ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจของ HR — ปัญหาอยู่ที่กระบวนการ
PDP แบบ manual มีข้อจำกัดที่แก้ไม่ได้สองอย่าง:
หนึ่ง — ใช้เวลามาก จนทำได้แค่แบบผิวเผิน เมื่อต้องเขียน IDP ให้พนักงาน 300 คนภายใน 1 สัปดาห์ เวลาต่อคนเหลือแค่ไม่กี่นาที ผลลัพธ์คือ IDP ที่หน้าตาเหมือนกัน เป้าหมายกว้างๆ ไม่ได้โยงกับข้อมูลจริง
สอง — ไม่ได้มาจากข้อมูล มาจากความจำของ HR ใครจำได้ว่าพนักงานคนไหง KPI ตัวไหนต่ำสุด? ช่องว่างระหว่าง self score กับคะแนน supervisor ของแต่ละคนต่างกันอย่างไร? ถ้าไม่ได้นั่งเปิดระบบดูทีละคน ก็ตอบไม่ได้ และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำ
นั่นคือเหตุผลที่ IDP ส่วนใหญ่ถูกเขียนเพื่อ “ให้มี” ไม่ใช่เพื่อ “ให้ใช้”
แต่ถ้าระบบมันทำแทนได้ล่ะ?
ไม่ใช่แค่ generate template — แต่อ่านข้อมูลจริงของพนักงานแต่ละคน แล้วระบุว่า KPI ไหนต่ำ, competency ไหนที่ manager มองต่างจากที่พนักงานมองตัวเอง, และ feedback ที่ manager เขียนไว้ในระบบ — แล้วสังเคราะห์ออกมาเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่โยงกับข้อมูลจริงทุกข้อ
ไม่ใช่เรื่องอนาคต นี่คือสิ่งที่ EsteeMATE กำลังทำอยู่
บทความถัดไป: ดูว่า IDP ที่ generate จากข้อมูลจริงหน้าตาเป็นอย่างไร และมันต่างจากที่ทำอยู่ทุกวันนี้อย่างไร
