Tag: People Analytics
-

คะแนนความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement Score): KPI ที่บอกว่าพนักงานมี “ใจ” อยู่กับองค์กรหรือไม่
ถ้า Employee Retention Rate บอกว่า “พนักงานยังอยู่หรือเปล่า” แล้ว Employee Engagement Score คือตัวบอกว่า “พนักงานมีใจอยู่กับงานหรือแค่มาทำงานเพื่อเงินเดือน” ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะพนักงานที่ร่างกายอยู่แต่ใจไม่อยู่ (Present but not Engaged) สร้างปัญหาให้องค์กรมากกว่าที่คิด พวกเขาทำงานแบบขั้นต่ำ ไม่พัฒนา ไม่สร้างสรรค์ และที่แย่ที่สุดคือ “แพร่เชื้อ” ความไม่พอใจไปยังคนอื่นๆ วันนี้เราจะมาเจาะลึก Employee Engagement Score แบบ 360 องศา ตั้งแต่คำนิยาม การวัด การวิเคราะห์ ไปจนถึงการนำไปใช้จริงในระบบ EsteeMATE Employee Engagement Score คืออะไร? Employee Engagement Score (คะแนนความผูกพันของพนักงาน) คือ ตัวชี้วัดระดับความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานต่อองค์กร ผ่านแบบสำรวจประเมิน 10 คะแนน ไม่ใช่แค่การวัดว่า “พอใจหรือไม่” แต่วัดในระดับที่ลึกกว่า: จากข้อมูลใน EsteeMATE…
-

HR Director Dashboard: ติดตาม KPI ของพนักงานโดยไม่ต้องใช้ Excel
วันจันทร์เช้าของ HR Director เช้าวันจันทร์ 08:30 น. คุณนั่งหน้าคอมพิวเตอร์กับกาแฟร้อนๆ สักแก้ว พร้อมเตรียมตัวทำรายงานประจำสัปดาห์ให้ CEO คุณเปิด Outlook พบอีเมลจาก 7 แผนกส่ง Excel files มาให้คุณรวบรวม ทุกไฟล์มี format ต่างกัน บางแผนกใช้สูตรคำนวณไม่ตรงกัน บางแผนกส่งมาแล้วแต่ข้อมูลไม่ครบ คุณเริ่มเปิดไฟล์แรก Copy ข้อมูลมาใส่ Master File ตรวจสอบสูตร แก้ไข Format แล้วก็… พบว่าฝ่าย Operations ส่ง Turnover Rate มาแทนที่จะเป็น Retention Rate ที่คุณขอ ต้อง ping ไปถามอีกรอบ พอถึงเที่ยงข้อมูลยังไม่เสร็จ ประชุม 14:00 น. ก็ใกล้เข้ามา คุณรีบ Copy-paste สร้างกราฟ ทำ PowerPoint 20…
-
DISC กับการทำงานเป็นทีม: ทำไมเข้าใจตัวเองและเพื่อนร่วมงานจึงสำคัญ?
ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่ต้องพึ่งพาทีมเวิร์คมากขึ้นทุกวัน ความเข้าใจใน “มนุษย์” กลายเป็นทักษะที่สำคัญไม่แพ้ความรู้ทางเทคนิค เพราะแม้จะมีคนเก่งมากมายในทีม แต่หากไม่เข้าใจกัน การทำงานก็อาจกลายเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและประสิทธิภาพที่ตกต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสร้างสะพานแห่งความเข้าใจในที่ทำงานได้อย่างทรงพลัง คือแบบทดสอบ DISC Personality Test DISC เป็นโมเดลที่แบ่งลักษณะพฤติกรรมของคนออกเป็น 4 แบบหลัก ได้แก่ D (Dominance), I (Influence), S (Steadiness) และ C (Conscientiousness) โดยแต่ละคนจะมีส่วนผสมของทั้ง 4 ประเภทในระดับที่ต่างกัน ทำให้แต่ละคนมีแนวโน้มในการตัดสินใจ สื่อสาร หรือรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน การเข้าใจว่าตนเองและเพื่อนร่วมงานมีพฤติกรรมแบบไหนจึงสามารถลดความเข้าใจผิด สร้างความไว้วางใจ และทำให้ทีมทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืนมากขึ้น ประโยชน์หลักของ DISC ที่ชัดเจนที่สุดคือการช่วยให้การสื่อสารในทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะคนแต่ละประเภทต้องการวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกัน เช่น คนประเภท D ต้องการการพูดตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อม และเน้นผลลัพธ์ ส่วนคนประเภท I ชอบการสื่อสารที่เป็นกันเอง อบอุ่น และสนุกสนาน ขณะที่คนแบบ S ต้องการเวลาในการคิดและไม่ชอบถูกกดดันให้ตัดสินใจเร็ว…